
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า เกาหลีเหนือเรียกร้องให้สหประชาชาติ(ยูเอ็น)แสดงยินดีต่อบรรยากาศความสัมพันธ์บนคาบสมุทรเกาหลีที่ปรับปรุงดีขึ้น แต่เตือนว่าเกาหลีเหนือจะไม่นั่งอยู่เฉยๆ หากเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกาทำการซ้อมรบร่วมกันที่อาจฉุดลากบรรยากาศอันเป็นมิตรระหว่างสองเกาหลีให้ล่มสลายลงได้
ท่าทีข้างต้นอยู่ในจดหมายที่นายรี ยอง โฮ รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือ ส่งถึงนายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ระบุว่า เชื่อว่าจากการริเริ่มเปิดใจกว้างของเกาหลีเหนือได้ส่งผลให้เกิดการเจรจาระหว่างสองเกาหลีขึ้นและบรรยากาศอันดีนี้จะช่วยปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีในอนาคต
นายรียังเรียกร้องให้นายกูแตร์เรสร้องขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอสซี) หารือกันถึงการแสดงความยินดีต่อกระบวนการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลี และให้ขัดขวางชาติเพื่อนบ้านในการกระทำอันใดที่จะส่งผลกระทบต่อกระบวนปรับปรุงความสัมพันธ์บนคาบสมุทรเกาหลี
โดยรัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือแสดงความวิตกกังวลต่อแผนการจัดซ้อมรบประจำปีครั้งใหญ่ของสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ ที่คาดว่าจะมีขึ้นหลังปิดฉากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่เกาหลีใต้จะเป็นเจ้าภาพจัดที่เมืองพยองชางในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้
“เมื่อไรก็ตามที่การซ้อมรบเกิดขึ้น สันติสุขและความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลีจะถูกคุกคามอย่างร้ายแรง ความไม่ไว้วางใจและการเผชิญหน้าระหว่างสองเกาหลีจะพุ่งขึ้นในระดับสูงสุด ถือเป็นการสร้างอุปสรรคความยากลำบากต่อการเจรจาในภายภาคหน้าที่อาจเกิดขึ้นได้ยาก” นายรีระบุ
ทั้งนี้เกาหลีเหนือได้เปลี่ยนแปลงท่าทีที่ดีขึ้นเมื่อช่วงปีใหม่นี้ที่นำไปสู่การจัดเจรจากับเกาหลีใต้เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปีและเกาหลีเหนือยังตกลงที่จะส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในครั้งนี้ด้วย
