เบลเยียมประสาน 2 ผู้ต้องสงสัยมือบึ้มเข้าไทย ตม.ขึ้นแบล็กลิสต์เข้า-ออก

25.03.16 | 13:28 น.

เบลเยียมประสาน 2 ผู้ต้องสงสัยมือบึ้มเข้าไทย ตม.ขึ้นแบล็กลิสต์เข้า-ออก ‘บิ๊กป้อม’กำชับดูแลนักท่องเที่ยวเข้ม

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เปิดเผยถึงการประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ประเทศเบลเยียมในการติดตามตัวคนร้ายก่อเหตุระเบิด บริเวณสนามบิน รถไฟฟ้าใต้ดิน ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เมื่อวันที่ 23 มีนาคมว่า ทางการไทยได้มีการประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เบลเยียมและประเทศพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารในการป้องกันการก่อการร้าย ซึ่งประเทศไทยก็ได้รับการประสานให้ตรวจสอบประวัติผู้ต้องสงสัย 2 ราย ที่คาดว่าอาจมีส่วนเกี่ยวกับเหตุระเบิดดังกล่าว โดยให้ตรวจสอบว่า ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 รายมีเพื่อนหรือญาติพี่น้องเดินทางเข้า-ออก ประเทศไทยหรือไม่ พร้อมมีข้อมูลประวัติการก่อเหตุในประเทศไทยหรือไม่ เบื้องต้นขอยืนยันว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยดังกล่าวไม่มีประวัติอาชญากร ไม่ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยแต่อย่างใด

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ได้รับการประสานรายชื่อผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 ราย ที่มีการแจ้งเตือนจากประเทศต่าง ๆ แล้ว นอกจากนี้ได้ตรวจสอบทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) แล้วไม่มีประวัติ และไม่มีส่วนเชื่อมโยงที่กระทบความมั่นคงในอดีตและทั้งในอนาคต อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะมีการขึ้นบัญชีดำบุคคลต้องสงสัยทั้ง 2 คน โดยห้ามเดินทาง เข้า-ออก ประเทศไทยอย่างเด็ดขาด

ด้าน พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า ได้เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่สถานทูตเบลเยียม เพื่อวางมาตรการในการรักษาความปลอดภัยบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว ในส่วนสถานการณ์ด้านการข่าวยังไม่มีอะไรต้องกังวลอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งกำชับหน่วยความมั่นคง เสริมมาตรการดูแลนักท่องเที่ยวและบูรณาการด้านการข่าวในการดูแลพื้นที่ด้านความปลอดภัยใน กทม.และปริมณฑลอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ ยังเปิดเผยถึงกรณีเจ้าหน้าที่ทางการมาเลเซียจับกุมผู้ต้องสงสัยอีก 13 คน ซึ่งเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายที่เกี่ยวโยงกับกลุ่มไอเอสในซีเรียและอิรักว่า ทางการไทยได้มีการประสานงานกับทางการมาเลเซียผ่านทางช่องทางตำรวจสากลและบูรณาการด้านการข่าวตามกรอบภูมิภาค ถึงแม้ว่าประเทศมาเลเซียมีชายแดนติดกับประเทศไทยก็จริงอยู่ แต่การที่เขาจับได้ในบ้านเขา ถือเป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากว่ากลุ่มที่สุ่มเสี่ยงจะลดลงไป ทั้งนี้ยืนยันว่า ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศคู่ขัดแย้ง ทำให้ไม่ควรวิตกกังวลแต่อย่างใด อีกทั้งทางการไทยเองได้มีการหาข่าวเชิงลึก ควบคู่กับการปฎิบัติของเจ้าหน้าที่ จึงทำให้การทำงานค่อนข้างรัดกุมและมีประสิทธิภาพ

Advertisement