เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า นายแองเจลิโน อัลฟาโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศและความร่วมมืออิตาลีและคณะ มีกำหนดเดินทางเยือนไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศระหว่างวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ โดยในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ จะมีการพบหารือทวิภาคีกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย และเข้าเยี่ยมคาราวะพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี
น.ส.บุษฎีกล่าวว่า ประเด็นที่คาดว่าจะมีการหารือคือการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการเยือน การส่งเสริมการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะในสาขาที่สอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 และในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) การพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม การออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ เป็นต้น
น.ส.บุษฎีกล่าวอีกว่า ในวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ นายบอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอังกฤษและคณะ มีกำหนดจะเยือนไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ โดยในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ จะมีการหารือกับนายดอน และเข้าเยี่ยมคาระนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล การเยือนไทยครั้งนี้นับเป็นการเยือนครั้งแรกของนายบอริส ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือกันในประเด็นความร่วมมือด้านอากาศยาน เทคโนโลยีด้านการเงิน(ฟินเทค) วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงความร่วมมือในประเด็นภูมิภาคและระหว่างประเทศ
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ขณะที่ในวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ นายฌอง-บาติสต์ เลอมวน รัฐมนตรีช่วยกระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศฝรั่งเศส จะเดินทางเยือนไทย โดยมีกำหนดจะหารือกับนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ซึ่งจะมีการหารือเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง ความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนของภาคเอกชนในสาขาต่างๆ อาทิ เกษตรและอาหาร และโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม
ผู้สื่อข่าวถามว่าการเดินทางเยือนไทยของรัฐมนตรีต่างประเทศยุโรปถึง 3 ประเทศในเวลาที่ไล่เลี่ยกันสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งใด น.ส.บุษฎีกล่าวว่า การเดินทางเยือนของรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่านนอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างกันที่มีมายาวนานแล้ว ยังมีนัยสำคัญต่อการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป(อียู) หลังจากที่อียูได้ปรับข้อมติเกี่ยวกับการดำเนินความสัมพันธ์กับไทยไปเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2560 และสะท้อนให้เห็นว่าข้อมติดังกล่าวถูกนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง
“อิตาลีเป็นประเทศแรกที่ทาบทามการเยือนไทยอย่างเป็นทางการหลังการปรับข้อมติของอียู ซึ่งนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของอิตาลีในการพัฒนาความสัมพันธ์กับไทยแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งของการกระชับความสัมพันธ์ในโอกาสครบ 150 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-อิตาลี ขณะที่อังกฤษก็เป็นประเทศแรกที่ส่งหนังสือแสดงความยินดีกับไทยหลังข้อมติของอียู ทั้งยังเป็นการเยือนไทยครั้งแรกของนายบอริส เช่นเดียวกับฝรั่งเศสที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้มีการปรับเปลี่ยนข้อมติของอียูต่อไป ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนพัฒนาการเชิงบวกทั้งสิ้น”น.ส.บุษฎีกล่าว

