หน้าแรก ต่างประเทศ รายงานพิเศษ: ...

รายงานพิเศษ: ‘บัวแก้ว’ เยี่ยมเยือนโรงเรียนสฤษดิเดช

11.02.18 | 16:10 น.

นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้นำคณะเยี่ยมเยือนโรงเรียนสฤษดิเดช จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนนำร่องในเครือข่ายยุวทูตความดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ของกระทรวงการต่างประเทศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างที่คณะรัฐมนตรีได้เดินทางไปร่วมการประชุมสัญจร ณ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นโครงการที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ริเริ่มขึ้นเมื่อปี 2542 ตั้งแต่ครั้งยังดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสารนิเทศเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และยังคงดำเนินโครงการสืบเนื่องต่อมาจนถึงปัจจุบัน

เชื่อว่าใครที่มีโอกาสได้ไปเยือนโรงเรียนสฤษดิเดชคงจะทั้งแปลกใจและปลื้มใจที่ได้เห็นมาตรฐานการเรียนการสอนที่ดีเลิศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้จากความสามารถทั้งด้านวิชาการ และความกล้าแสดงออกของนักเรียนในโรงเรียนที่ไม่เพียงแต่มีมารยาทดีแต่ยังมีความสดใสร่าเริงสมวัย เป็นที่ประทับใจของผู้ที่ได้พบเห็นอย่างยิ่ง
นักเรียนของโรงเรียนสฤษดิเดชยังได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมกิจกรรมและโครงการต่างๆ ของมูลนิธิยุวทูตความดีอย่างต่อเนื่อง และยังได้รับคัดเลือกให้เดินทางไปเยือนต่างประเทศภายใต้โครงการของมูลนิธิยุวทูตความดีมาแล้วหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น เยอรมนี มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์

ว่าที่รท.กัมพล ผลพฤกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนสฤษดิเดช

ว่าที่ ร.ท.กัมพล ผลพฤกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนสฤษดิเดช กล่าวว่า การที่เด็กนักเรียนมีโอกาสเดินทางไปทำกิจกรรมร่วมกับโครงการยุวทูตความดีในหลายประเทศ เป็นเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ ที่ได้เห็นเพื่อนๆ พี่ๆ เดินทางไป เมื่อเด็กๆ กลับมาจากการเข้าร่วมโครงการ โรงเรียนจะให้ถ่ายทอดสิ่งที่พบโดยทำคลิปวิดีโอเพื่อเผยแพร่กับนักเรียน ทำให้คนที่ไม่ได้ไปได้รู้ได้เห็น และที่สำคัญคือช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้อยากไปบ้าง เด็กๆ จะกระตือรือร้นและมุ่งมั่นทำความดีเพราะจะได้มีโอกาสอย่างนี้

เมื่อมีโอกาสนักเรียนก็จะเข้ารวมทำกิจกรรม ถึงจะไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ แต่เด็กๆ ก็จะได้สร้างเครือข่ายจากการทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ในจังหวัด ซึ่งทำให้เด็กได้แสดงออก โชว์ศักยภาพของเขา เขาจึงอยากจะไปทำกิจกรรม ขณะเดียวกันโรงเรียนเครือข่ายเมื่อได้เห็นศักยภาพของนักเรียนจากโรงเรียนสฤษดิเดชก็จะเป็นแรงบันดาลใจและเป็นต้นแบบให้เขาได้ ดังนั้นจึงมีแต่เรื่องดี ไม่มีเรื่องเสีย ทุกเวลาและทุกกิจกรรมที่ทำเป็นการเรียนรู้ของเด็กได้ทั้งหมด

Advertisement

ผอ.กัมพลกล่าวด้วยว่า การที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเยี่ยมเยือนในครั้งนี้ก็ถือเป็นโอกาสอันดีของโรงเรียนที่ผู้บริหารบ้านเมืองได้มาเห็น ผู้ใหญ่หลายท่านที่ได้มาเยี่ยมจะบอกว่าอัศจรรย์ใจว่ามีโรงเรียนแบบนี้ในต่างจังหวัดด้วยหรือ จึงเป็นความปลื้มใจของโรงเรียน ทำให้เราดีใจที่ได้มีโอกาสเผยแพร่ศักยภาพของโรงเรียนให้ผู้บริหารรับทราบ ซึ่งต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายดอน ปรมัตถ์วินัย ที่เป็นผู้ริเริ่มโครงการนี้ขึ้น ซึ่งโรงเรียนสฤษดิเดชก็เป็นหนึ่งในโรงเรียนต้นแบบ จึงทำให้โรงเรียนได้มีโอกาสตรงนี้

ผอ.กัมพลบอกว่า การจะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับสถานศึกษา ขึ้นอยู่กับการดำเนินการของฝ่ายบริหารโรงเรียน วิสัยทัศน์ของผู้บริหารมีความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพของนักเรียน เราไม่เคยทิ้งกิจกรรม เพราะเป็นการเสริมการเรียนรู้โลกกว้าง ถ้าเราเปิดโลกเปิดโอกาสให้เด็กได้จะเป็นประโยชน์ ต้องให้สถานศึกษามองไปไกลๆ ถึงอนาคตของเด็กและอนาคตของชาติ ทั้งนี้โรงเรียนสฤษดิเดชยังได้ทำบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) แลกเปลี่ยนนักเรียนกับโรงเรียนในต่างประเทศอีกหลายประเทศ อาทิ สิงคโปร์ นิวซีแลนด์ และยังมีโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนกับวิสคอนซินและเยอรมนีด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแต่เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้ไปเรียนรู้

นางวิสสุตา เวชชาชีวะ หรือครูจุ๋ม ผู้รับผิดชอบโครงการของมูลนิยุวทูตความดีของโรงเรียนสฤษดิเดช

ด้านนางวิสสุตา เวชชาชีวะ หรือครูจุ๋ม ผู้รับผิดชอบโครงการของมูลนิธิยุวทูตความดีของโรงเรียนสฤษดิเดชมานานกว่า 7 ปี บอกว่าโครงการของมูลนิธิยุวทูตความดีถือเป็นโครงการที่ดี ที่สำคัญคือมีการทำอย่างต่อเนื่อง การคัดเลือกเด็กไปเปิดโลกทัศน์ในต่างประเทศทำให้เด็กมีโอกาสได้เห็นโลกมากขึ้น เพราะโอกาสในการเปิดโลกทัศน์ในต่างประเทศสำหรับเด็กมีน้อยมาก กระทรวงต่างประเทศามารถหาคนสนับสนุนได้โดยฉพาะในต่างประเทศ เมื่อเด็กๆ เดินทางไป สถานเอกอัครราชทูตก็จะช่วยดูแล เด็กก็จะภูมิใจที่เขาได้ไปในฐานะยุวทูต

ขณะที่กระบวนการของการให้เด็กเข้าค่ายเรียนรู้การอยู่ร่วมกันเพื่อคัดเลือกเด็กเปิดโลกทัศน์ในต่างประเทศ ทำให้เด็กได้มีโอกาสมากขึ้น เมื่อได้รับคัดเลือก เด็กก็จะภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนนักเรียนไทยไปสานสัมพันธ์กับเด็กในประเทศต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีการทำกิจกรรมร่วมกัน มอบของที่ระลึกและแลกเปลี่ยนอีเมล์รวมถึงเฟสบุ๊ค ทำให้มีการสานสัมพันธ์ที่ยั่งยืน นักเรียนคนหนึ่งที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมในต่างประเทศตั้งแต่ปี 2556 ก็ยังติดต่อกับเพื่อนที่ได้เจอจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันโรงเรียนสฤษดิเดชยังเป็นโรงเรียนเดียวที่ยังคงทำกิจกรรม “เพื่อนยุวทูตความดี” ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตบราซิลประจำประเทศไทย ซึ่งทำต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2542 โดยเอกอัครราชทูตบราซิลประจำประเทศไทยได้เดินทางมาเยี่ยมโรงเรียนแล้วถึง 5 ท่านด้วย

นายวีระศักดิ์กล่าวว่า โครงการยุวทูตความดีเป็นโครงการที่สมบูรณ์แบบในทุกด้าน นอกจากจะต้องการปลูกฝังรากฐานความเป็นไทยและศีลธรรมให้กับเยาวชนแล้ว ยังต้องการเตรียมนักเรียนให้พร้อมสำหรับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เราใช้เครือข่ายของสถานทูตเพื่อให้นักเรียนได้เห็นโลกภายนอกว่าเป็นอย่างไร เพราะอนาคตทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโลกจะผูกพันกันมากกว่าในปัจจุบัน

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไทยได้เข้าเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียน จากตลาดที่มีขนาด 70 ล้านคน ก็กลายเป็น 600 กว่าล้านคน และหากสิ้นปีนี้การเจรจาความตกลงพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งครอบคลุมอาเซียน 10 ประเทศกับจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์สำเร็จ ตลาดของไทยก็จะขยายเป็น 3,000 กว่าล้านคน หรือเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า ในโลกที่กำลังเติบโตขึ้น เราจะต้องมีความพร้อมที่จะปฏิสัมพันธ์กับคนถึงกว่าครึ่งหนึ่งของโลก

ท่านพุทธทาสภิกขุเคยกล่าวว่า เป้าหมายของมนุษย์คือให้สงบ เย็น และเป็นประโยชน์ จึงอยากฝากให้เด็กๆ ถามตัวเองว่า ถ้ามีคนชักชวนให้ไปทำสิ่งใด เราต้องถามตัวเองว่าสิ่งที่เขาชักชวนนั้นนำมาซึ่งความสงบเย็น เป็นประโยชน์ต่อเรา ครอบครัว และประเทศชาติหรือไม่

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวด้วยว่า นักปราชญ์กรีซซึ่งเป็นบ่อเกิดอารยธรรมของโลกตะวันตกเคยเขียนไว้ว่า Character is destiny หรืออุปนิสัยเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะกำหนดชะตาชีวิตของเรา กระทรวงการต่างประเทศสนับสนุนการดำเนินการของมูลนิธิยุวทูตความดีก็เพราะตั้งใจอยากเห็นเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของประเทศเป็นทั้งคนฉลาดและคนดี เพราะถ้าเรามีอุปนิสัยที่ตั้งอยู่บนความดีและมีคุณธรรม อนาคตของเยาวชนก็จะดีตามไปด้วยเช่นกัน