เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ญี่ปุ่นออกมาแสดงท่าทียินดีที่องค์การการค้าโลก(ดับเบิลยูทีโอ) ตัดสินเรียกร้องให้เกาหลีใต้ยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่น ที่เกาหลีใต้บังคับใช้หลังจากเกิดเหตุภัยพิบัตินิวเคลียร์ฟุคุชิมะในประเทศญี่ปุนเมื่อราว 7 ปีก่อน โดยชี้ว่ามาตรการดังกล่าวเป็นสิ่งที่ขัดต่อกฎระเบียบทางการค้าของดับเบิลยูทีโอ
นายโยชิฮิเดะ สุงะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ญี่ปุ่นมีความยินดีต่อรายงานของคณะผู้พิจารณาของดับเบิลยูทีโอที่สะท้อนจุดยืนของญี่ปุ่น พร้อมเรียกร้องให้เกาหลีใต้แก้ไขมาตรการนี้ให้ถูกต้องด้วยความจริงใจ และว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะทำงานต่อไปเพื่อให้ประเทศอื่นๆที่มีมาตรการจำกัดการนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นให้ปรับเปลี่ยนท่าทีใหม่ด้วย หลังจากดับเบิลยูทีโอพิจารณาคำร้องในเรื่องนี้และเห็นว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎระเบียบทางการค้าของดับเบิลยูทีโอ
ทั้งนี้เดือนพฤษภาคมปี 2558 รัฐบาลญี่ปุ่นได้นำข้อพิพาทในเรื่องนี้ที่มีกับเกาหลีใต้ยื่นต่อดับเบิลยูทีโอเพื่อขอคำปรึกษา ซึ่งเป็นก้าวแรกในการแก้ปัญหาพิพาทขัดแย้งภายใต้ระบบไกล่เกลี่ยยุติข้อพิพาทของดับเบิลยูทีโอ แต่การเจรจาระหว่างสองชาติล้มเหลว เป็นผลให้ญี่ปุ่นต้องแสวงหาคำตัดสินชี้ขาดจากดับเบิลยูทีโอในเวลาต่อมา
เมื่อถามถึงรายงานข่าวที่มีออกมาว่าเกาหลีใต้จะยื่นอุทธรณ์ต่อคำตัดสินนี้ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นกล่าวว่า ก็จะเป็นเรื่องที่น่าเสียใจยิ่ง เพราะคำตัดสินนี้ออกมาหลังจากที่ผ่านกระบวนการที่ใช้เวลามานานกว่า 2 ปีครึ่งแล้ว
เอเอฟพีรายงานว่า นอกจากเกาหลีใต้แล้ว ยังมีจีน สิงคโปร์ มาเก๊า รัสเซีย ไต้หวัน ที่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าประมงบางส่วนจากญี่ปุ่น ขณะที่สหภาพยุโรป อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง และบางประเทศที่กำหนดให้ต้องมีใบรับรองการทดสอบด้านรังสีก่อนมีการนำเข้ามาก่อน ส่วนสหรัฐอเมริกา แคนาดา มาเลเซีย ไทยและอีกหลายประเทศได้ยกเลิกการห้ามนำเข้าและมีข้อกำหนดพิเศษสำหรับนำเข้าสินค้าประมงจากญี่ปุ่น

