สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานอ้างสำนักข่าวซาอุดีเพรสเอเจนซี (เอสพีเอ) ของทางการซาอุดีอาระเบียว่า สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุลลาซิส อัล ซาอุด แห่งซาอุดีอาระเบียทรงปรับเปลี่ยนผู้นำกองทัพหลายตำแหน่งเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมถึงตำแหน่งเสนาธิการทหาร นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของสถาบันในการป้องกันประเทศของซาอุดีอาระเบีย
สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานทรงปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพบกและกองกำลังป้องกันทางอากาศ เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่พลเรือนหลายตำแหน่ง รวมถึงรัฐมนตรีช่วยจำนวนหนึ่ง ในการออกพระราชกฤษฎีกาเป็นชุดในคืนวันดังกล่าว
ไม่มีการระบุเหตุผลอย่างเป็นทางการในการยกเครื่องใหม่แบบครอบคลุมครั้งนี้ แต่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มกุฏราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน พยายามที่จะปฏิรูปกองทัพ และการโจมตีเข้าใส่กลุ่มกฏฮูธีที่เป็นพันธมิตรของอิหร่านในเยเมนใกล้ที่จะครบ 2 ปี
“ได้มีการยุติปฏิบัติหน้าที่ของนายพลอับดุล ราห์มาน บิน ซาเลห์ อัล บุนยาน เสนาธิการทหาร โดยฟายยัด อัล รูไวลี ได้รับเลือกให้มาตำรงตำแหน่งแทน” สำนักข่าวเอสพีเอระบุ
อัล บุนยาน เกษียณหลังจากเป็นประธานในพิธีเปิดงานนิทรรศการแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ในกรุงริยาดสัปดาห์นี้ที่จัดขึ้นโดยซาอุดีอาระเบียนมิลิทารีอินดัสทรีส์ (ซามี) บริษัทด้านกลาโหมของรัฐบาลซึ่งมีหลายบริษัทด้านกลาโหมในระดับโลกเข้าร่วมแสดงสินค้าในงานนี้ด้วย
“การเปลี่ยนแปลงด้านการทหารกำลังดำเนินอยู่ในซาอุดีอาระเบีย” นายธีโอดอร์ คาราซิก ที่ปรึกษาอาวุโสของบริษัทที่ปรึกษากัลฟ์สเตท อนาลิติกส์กล่าว
มกุฏราชกุมารโมฮัมเหม็ด พระราชโอรสในสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน และเป็นทายาทอันดับ 1 ในการขึ้นครองราชย์ ทรงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมและได้ยึดกุมอำนาจอย่างรัดกุมมากขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมาในขณะที่ผลักดันการปฏิรูปทางเศรษฐกิจและสังคมไปด้วย
มกุฏราชกุมารโมฮัมเหม็ดได้ผลักดันนโยบายแข็งกร้าวในภูมิภาค รวมถึงการนำทหารเข้าแทรกแซงในเยเมนนับตั้งแต่ปี 2558 ที่ถูกมองว่าเป็นการทำสงครามตัวแทนกับอิหร่าน
มากกว่า 9,200 รายที่ถูกคร่าชีวิตในสงครามความขัดแย้งนี้ และอีก 2,200 รายเสียชีวิตจากอหิวาตกโรค จากการเปิดเผยขององค์การอนามัยโลก (ฮู)
สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน ยังทรงปรับเปลี่ยนพลเรือนอีกหลายตำแหน่งที่ทำให้ได้เห็นเจ้าหน้าที่อายุน้อยยกระดับขึ้นมาดำรงตำแหน่งสำคัญทั้งรัฐมนตรีช่วย รองผู้ว่าการจังหวัดและที่ปรึกษาศาลหลวง
ทามาดาร์ บิน ยูเซฟ อัล รามาห์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีช่วยแรงงานและการพัฒนาสังคม ตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลที่น้อยครั้งจะได้เห็นผู้หญิงดำรงตำแหน่งนี้
ขณะที่เจ้าชายตูร์กี บิน ทาลาล พระเชษฐาของเจ้าชายอัล วาลีด บิน ทาลาล เจ้าของฉายาว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์แห่งซาอุดีอาระเบีย หนึ่งในบรรดาเชื้อพระวงศ์ รัฐมนตรี และมหาเศรษฐีที่ถูกควบคุมตัวไว้ในโรงแรมริตซ์ คาร์ลตัน ในการปราบปรามการคอร์รัปชั่นในหมู่ชนชั้นนำของรัฐบาล ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองผู้ว่าการจังหวัดอัสซีร์ทางตอนใต้ของประเทศ

