หน้าแรก ต่างประเทศ อียูถามเลื่อน...

อียูถามเลื่อนเลือกตั้ง ‘ดอน’ ย้ำไทยมุ่งมั่นเดินตามโรดแมป

6.03.18 | 01:42 น.

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังหารือกับนางเฟเดอริกา โมเกรินี ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของสหภาพยุโรป(อียู) และรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรปที่สำนักงานอียูในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ซึ่งถือเป็นการเดินทางเยือนยุโรปครั้งแรกของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยหลังจากที่อียูได้มีข้อมติฟื้นการติดต่อทางการเมืองในทุกระดับกับไทยเมื่อปลายปีที่ผ่านมาว่า นางโมเกรินีได้พูดถึงบทบาทของไทยที่ช่วยผลักดันให้ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียน-อียูใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นในขณะที่ไทยทำหน้าที่เป็นประเทศผู้ประสานงานอาเซียนอียูอยู่ในปัจจุบัน โดยในการประชุมผู้นำอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาในช่วงปลายปี 2560 ที่กรุงมะนิลาประเทศฟิลิปปินส์ยังถือเป็นครั้งแรกที่นายโดนัลด์ ทัสค์ ประธานคณะมนตรียุโรปได้เดินทางมาร่วมประชุมกับผู้นำอาเซียนด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีส่วนให้อียูไว้วางใจและพอใจในบทบาทของไทย อียูรับทราบว่าในปี 2562 ไทยจะเป็นประธานอาเซียน เขารับทราบถึงบทบาทของไทยในการทำหน้าที่ประเทศผู้ประสานงานอาเซียน-อียู และเชื่อมั่นว่าเราจะทำอะไรได้อีกมากเพื่อผลักดันให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันก้าวไปข้างหน้า

นายดอนกล่าวว่า นางโมเกรินีได้สอบถามถึงการเลือกตั้งซึ่งอยู่บนพื้นฐานของเดือนพฤศจิกายนแต่ขณะนี้ต้องเลื่อนออกไป เขาอยากทราบเพราะมีภารกิจที่จะต้องไปบอกกล่าวกับชาติสมาชิกอียูเนื่องจากนางโมเกรินีเป็นประธานการประชุมเมื่อวันที่ 11 ธันวาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งอียูมีมติฟื้นความสัมพันธ์ในทุกระดับกับไทย ตนจึงได้อธิบายถึงขั้นตอนตามโรดแมปให้ได้รับทราบ ส่วนการเลื่อนเวลาออกไป 90 วันนั้นมีเหตุมาจากที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติต้องการวางระบบในการเลือกตั้งให้ดีขึ้น แข็งแรงขึ้นและไม่กลับมามีปัญหาเหมือนเดิม

“ผมได้บอกกับอียูว่าเราเชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะเดินไปในทิศทางที่ได้มีการพูดกันไว้ แน่นอนว่าทางอียูมิได้มองข้ามเรื่องนี้ไปเสียทีเดียว​เพราะ​เขาย่อมไม่อยากให้เกิดเหตุขึ้นอีกและอยากให้การดำเนินการทุกอย่างมีความต่อเนื่อง​ เป็นเรื่องปกติที่เขาจะถามหรือแสดงความรู้สึกห่วงใยและกังวล แต่เราก็ได้ตอบให้ฟังถึงทิศทางที่เราจะเดินไป ถ้าทุกอย่างราบรื่นก็จะเป็นไปตามเป้าหมาย”นายดอนกล่าว

นายดอนกล่าวอีกว่า เรื่องที่ฝ่ายอียูให้ความสนใจเป็นอย่างมากคือสถานการณ์ในรัฐยะไข่ เนื่องจากอียูเพิ่งพบกับรัฐมนตรีต่างประเทศบังกลาเทศ จึงอยากรับฟังความเห็นของไทยรวมถึงพูดคุยว่าควรจะมีการเดินหน้าในเรื่องดังกล่าวต่อไปอย่างไร อียูให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างยิ่งเนื่องจากเห็นว่ามีผลกระทบในหลายด้าน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวอีกว่า บรรยากาศในการหารือในภาพรวมเป็นไปด้วยดี ต่างฝ่ายต่างมองในเชิงบวกว่าจากจุดนี้เราจะเดินต่อไปด้วยกันอย่างไร การได้พบปะกันในวันนี้ รวมถึงการเดินทางเยือนอิตาลีก่อนหน้านี้ทำให้รู้สึกว่าประเทศไทยได้รับการต้อนรับอย่างดี และรู้สึกว่าเราจะทำงานร่วมกันได้ต่อไปอย่างดี ถือเป็นการเยือนที่สมประโยชน์คุ้มค่ายิ่ง

Advertisement