นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังหารือกับนายเนเว็น มิมิช่า กรรมาธิการยุโรปด้านความร่วมมือระหว่างประเทศและการพัฒนาที่สำนักงานสหภาพยุโรป(อียู) ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 5 มีนาคมว่า เป็นการหารือเพื่อติดตามความร่วมมือระหว่างกันหลังจากที่ไทยในฐานะประเทศผู้ประสานงานอาเซียน-อียู ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอาเซียน-อียูด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนมุมมองและสิ่งที่เป็นความต้องการของอาเซียนในประเด็นด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนกับอียู
นายดอนกล่าวว่า หลังจากนี้อาเซียนจะเป็นฝ่ายยกร่างโรดแมปความร่วมมือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนระหว่างอา เซียน-อียู โดยไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบและจะนำเสนอโรดแมปดังกล่าวให้ที่ประชุมอาเซียน-อียูพิจารณาในปี 2562 ในช่วงที่ไทยเป็นประธานอาเซียน ทั้งนี้คาดว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนจะเป็นหนึ่งในความร่วมมือสำคัญระหว่างอาเซียน-อียูต่อไป เพราะจะเป็นส่วนเสริมการทำงานร่วมกับวิสัยทัศน์อาเซียน ค.ศ.2025 และ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ค.ศ.2030 ด้วย
“การทำงานร่วมกับอียูไม่ว่าจะในเรื่องใด อาทิ แรงงานหรือประมง เป็นประสบการณ์ที่ดีของไทยที่จะทำให้เราสามารถประสบความสำเร็จด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญของทุกประเทศในวันนี้ เพราะไม่เพียงแต่ประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องการให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนแม้แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วก็ต้องตั้งเรื่องดังกล่าวเป็นจุดหมายเช่นเดียวกัน”นายดอนกล่าว
นายดอนกล่าวอีกว่า ฝ่ายอียูได้ขอบคุณไทยที่ได้แสดงบทบาทในฐานะผู้ประสานงานอาเซียน-อียู และว่าขณะนี้เขาไม่สามารถมาดำเนินโครงการใดๆ ร่วมกับไทยได้เนื่องจากประเทศไทยมีการพัฒนาเกินมาตรฐานไปแล้ว ตนจึงเสนอให้มีความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในลักษณะ 3 ฝ่ายคือไทย อียู และประเทศที่สาม โดยเฉพาะการนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้เป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกประเทศ

