เมื่อวันที่ 12 มีนาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กรณีอื้อฉาวเรื่องการขายที่ดินของรัฐให้แก่ภาคเอกชนที่กลายเป็นประเด็นการเมืองรุมเร้านายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว กลับมาเป็นประเด็นร้อนขึ้นอีกที่ส่งผลฉุดความนิยมในตัวนายอาเบะร่วงลงไปด้วย ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม นายอาเบะได้ออกมาขอโทษประชาชนและเรียกร้องให้นายทาโร อาโสะ รัฐมนตรีคลัง รับผิดชอบด้วยการทำให้เรื่องนี้เกิดความกระจ่าง หลังจากเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังออกมายอมรับว่ามีการแก้ไขเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกรณีอื้อฉาวนี้ โดยมีการลบชื่อนายอาเบะ และ นางอากิเอะ ภริยานายอาเบะ รวมถึงนายอาโสะ ออกไปจากเอกสารหลักฐานที่จะมีการยื่นต่อรัฐสภาญี่ปุ่นเพื่อให้พิจารณา
สื่อญี่ปุ่นพากันรายงานกรณีนี้เป็นข่าวใหญ่ที่คาดหมายว่ากระทรวงการคลังจะยอมรับว่ามีการลบทิ้งข้อความที่เป็นส่วนสำคัญในเอกสารการซื้อขายที่ดินนี้ทิ้ง โดยโยมิอูริ ชิมบุน และสื่ออีกหลายสำนักรายงานว่า เอกสารเดิมที่ยังไม่มีการแก้ไข มีชื่อนักการเมืองหลายคนถูกระบุอยู่ในนั้นด้วย

ด้านไมนิจิ ชิมบุนรายงานว่าเอกสารที่มีการแก้ไขดังกล่าว สอดคล้องกับคำชี้แจงของนายโนบุฮิสะ ซากาวะ หัวหน้าสำนักงานภาษี ที่กล่าวต่อรัฐสภา ก่อนที่เขาจะลาออกจากตำแหน่งไปเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมาจากกรณีอื้อฉาวนี้ โดยสื่อญี่ปุ่นยังอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่นายซากาวะจะเป็นคนสั่งให้แก้ไขเอกสารดังกล่าว
ทั้งนี้ในช่วงปลายปีที่แล้ว นักการเมืองฝ่ายค้านญี่ปุ่นได้กล่าวหาว่ามีการเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องเกิดขึ้นในกรณีการขายที่ดินของรัฐให้แก่เจ้าของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งที่มีความสนิทสนมกับครอบครัวของนายอาเบะ ในราคาที่ดินที่ต่ำมาก เพียง 1 ใน 10 ของราคาตลาด ซึ่งกลายเป็นประเด็นอื้อฉาวขึ้น แต่นายอาเบะและนางอากิเอะปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไรผิด และนายอาเบะยังประกาศจะลาออก หากสอบสวนพบว่าตนเองกระทำผิด
ด้านนายอาโสะ บุคคลที่ถูกเกี่ยวโยงกับกรณีนี้ด้วย ออกมาขอโทษเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ถึงกรณีมีเจ้าหน้าที่ในกระทรวงการคลังหลายคนเกี่ยวข้องกับการแก้ไขเอกสาร แต่ยืนยันว่าตนจะไม่ลาออก
วันเดียวกัน โยมิอูริ ชิมบุน ได้เผยผลสำรวจความนิยมของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อนายอาเบะพบว่า ความนิยมของนายอาเบะ ลดลงไป 6 เปอร์เซ็นต์จากการสำรวจเมื่อเดือนก่อน อยู่ที่ 48 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นความนิยมลดลงเหลือไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์เป็นครั้งแรกนับแต่นายอาเบะได้รับเลือกตั้งเป็นสมัย 2 เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

