สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่ 29 มีนาคม นายอลา ยูซุฟ โฆษกประธานาธิบดีอียิปต์ และกระทรวงต่างประเทศไซปรัสเปิดเผยว่า นายเซอิฟ เอล ดิน มุสตาฟา พลเรือนอียิปต์ ก่อเหตุจี้เครื่องบินแอร์บัส เอ 320 สายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินภายในประเทศ เอ็มเอส 181 หลังเดินทางออกจากเมืองอะเล็กซานเดรียมุ่งหน้าปลายทางที่กรุงโคโร โดยเครื่องบินลำนี้ได้ลงจอดที่ท่าอากาศยานลาร์นากา เมืองลาร์นากา ประเทศไซปรัส
ก่อนหน้านี้ นายยูซุฟแถลงข้อมูลผิดพลาดโดยระบุว่า ผู้ก่อเหตุคือนายอิบราฮิม ซามาฮา พลเรือนอียิปต์-อเมริกัน อย่างไรก็ตาม นายยูซุฟชี้แรงจูงใจว่าเกี่ยวข้องกับอดีตภรรยาของผู้ก่อเหตุ และไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย แต่รายงานว่าผู้ก่อเหตุมีเข็มขัดติดระเบิด
ยอดผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องยังไม่สามารถระบุแน่ชัดได้ โดยกระทรวงการบินพลเรือนอียิปต์รายงานว่ามีทั้งหมด 55 คน ทางการไซปรัสรายงานว่ามี 72 คน ขณะที่สายการบินอียิปต์แอร์รายงานว่ามี 81 คน อย่างไรก็ตาม ซีเอ็นเอ็นระบุว่า ผู้ก่อเหตุทำการปล่อยตัวผู้โดยสารเกือบทั้งหมด ซึ่งนายเชริฟ ฟาธี อัตเตย์ยา รัฐมนตรีการบินพลเรือนอียิปต์ระบุว่า ชาวต่างชาติ 3 คน และลูกเรือชาวอียิปต์ 4 คนยังอยู่บนเครื่อง
นายอิฮาบ ราสลัน โฆษกกระทรวงการบินพลเรือนอียิปต์ เปิดเผยต่อซีเอ็นเอ็นว่า เจ้าหน้าที่อียิปต์อยู่ระหว่างเจรจาข้อตกลงกับผู้ก่อเหตุ
ข้อมูลชาวต่างชาติตามรายงานของกระทรวงการบินพลเรือนอียิปต์ระบุ มีชาวอเมริกัน 8 คน ชาวเนเธอร์แลนด์ 4 คน ชาวอังกฤษ 4 คน ชาวเบลเยียม 2 คน ชาวซีเรีย 1 คน ชาวฝรั่งเศส 1 คน และชาวอิตาลี 1 คน ขณะเดียวกันกระทรวงการต่างประเทศไทยยืนยันว่า ไม่มีผู้โดยสารชาวไทยอยู่บนเที่ยวบินนี้
ขณะที่สายการบินอียิปต์แอร์ทวีตข้อความระบุ ได้ส่งเครื่องบินลำหนึ่งจากท่าอากาศยานนานาชาติไคโรมุ่งหน้าไปท่าอากาศยานลาร์นากาเพื่อรับผู้โดยสารที่ตกค้างแล้ว ขณะเดียวกัน จากเหตุการณ์จี้เครื่องบินส่งผลให้ทางการปฏิบัติขั้นตอนรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดขึ้นส่งผลให้เครื่องบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบิน 985 ต้องล่าช้าจากกำหนดเดิม อย่างไรก็ตาม เครื่องบินลำดังกล่าวได้เดินทางออกจากกรุงไคโรเพื่อมุ่งหน้าสู่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว

