เมื่อวันที่ 17 มีนาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ในการประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ ที่จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมนานาชาตินครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย หนึ่งในวาระสำคัญของการหารือคือประเด็นภัยคุกคามจากการก่อการร้าย ซึ่งฝ่ายออสเตรเลียใช้เวทีนี้กล่าวเตือนว่า ดาร์คเว็บ หรือเว็บไซต์ที่ตั้งใจซ่อนเร้นอำพรางการเข้าถึงอย่างแอพพลิเคชั่นที่เปลี่ยนข้อความเป็นรหัสได้ ซึ่งกลุ่มผู้ก่อการร้ายและอาชญากรมักใช้ในการวางแผนโจมตี กำลังเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่หน่วยงานด้านข่าวกรองกำลังเผชิญอยู่ในยุคใหม่ และว่า หนทางเดียวที่จะรับมือกับภัยคุกคามที่น่าหวั่นกลัวนี้ได้คือการร่วมมือกันของทุกฝ่ายในภูมิภาค

โดยนายปีเตอร์ ดัตตัน รัฐมนตรีมหาดไทยออสเตรเลียกล่าวว่า ขณะที่แต่ละชาติมุ่งเน้นการการรับมือภัยคุกคามจากกลุ่มก่อการร้ายภายในประเทศ แต่จะเป็นความผิดพลาดหากมุ่งแต่จะจัดการกับปัญหานี้ในมิติระดับชาติเพียงมิติเดียว เพราะการก่อการร้ายและแนวคิดสุดโต่งเป็นภัยคุกคามที่ข้ามพรมแดน การจะรับมือตอบโต้กับภัยคุกคามเหล่านี้จำเป็นจะต้องอาศัยความพยายามอันเป็นหนึ่งเดียวกันของภูมิภาค ที่มีการประสานงานร่วมมือกันของหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย

ด้านนายนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวเตือนถึงปัญหาวิกฤตผู้อพยพโรฮีนจาในพม่าว่าอาจกลายมาเป็นปัญหาคุกคามด้านความมั่นคงร้ายแรงสำหรับภูมิภาคนี้ได้ โดยผู้พลัดถิ่นที่สิ้นหวังอาจตกเป็นเหยื่อของกลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่งอย่างกลุ่มกองกำลังรัฐอิสลาม(ไอเอส) และว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ พม่าไม่อาจมองปัญหานี้เป็นแค่เรื่องภายในประเทศและปัญหานี้ไม่ควรถูกมองผ่านเพียงด้านมนุษยธรรมเท่านั้น เพราะปัญหานี้ยังถือเป็นปัญหาสำคัญที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงของภูมิภาคด้วย
ขณะเดียวกันมีรายงานบรรยากาศที่กลุ่มผู้ประท้วงนับหลายพันคนออกมาชุมมนุมประท้วงคู่ขนานไปการกับประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลียครั้งนี้ ที่มีผู้นำชาติอาเซียนเดินทางมาร่วมประชุม ยกเว้นประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ของฟิลิปปินส์ ที่ไม่ได้มาร่วมด้วย โดยกลุ่มผู้ประท้วงออกมาเคลื่อนไหวเพื่อแสดงการประท้วงถึงสถานการณ์ปัญหาและการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศ ตั้งแต่การเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองในเวียดนาม ยุติระบอบปกครองของสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และเรียกร้องให้กองทัพพม่ายุติการกวาดล้างชาวโรฮีนจา

กลุ่มผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งถือป้ายรูปล้อเลียนนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศพม่า ที่มีหนวดเหมือน อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ อดีตผู้นำเผด็จการนาซีเยอรมัน ขณะที่ผู้ประท้วงอีกส่วนหนึ่งถือป้ายเรียกร้องให้สมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ลาออกจากตำแหน่ง และยังมีกลุ่มผู้ประท้วงถือป้ายเรียกร้องให้รัฐบาลเวียดนามปล่อยตัวนักโทษการเมือง

“เรามาที่นี่เพื่อประท้วงต่อประเด็นปัญหาต่างๆที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศเวียดนาม กัมพูชา ไทย และกับชาวโรฮีนจา เรามาที่นี่เพื่อส่งเสียงให้รัฐบาลเหล่านี้ได้รับรู้ว่าอย่าละเมิดสิทธิมนุษยชน” นายเดวี เหวียน ผู้ประท้วงชาวออสเตรเลียเชื้อสายเวียดนามกล่าว และว่า รัฐบาลออสเตรเลียจำเป็นจะต้องทำบางอย่าง โดยจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิมนุษยชนมาก่อนเรื่องเศรษฐกิจและเงินทอง

ทั้งนี้นางซูจีถูกประณามและเผชิญการกดดันอย่างหนักจากนานาชาติต่อการจัดการกับวิกฤตความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับชาวโรฮีนจา ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในพม่า และสมเด็จฯฮุน เซน ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการใช้อำนาจรัฐปราบปรามฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของตนเพื่อหวังผลทางการเมืองในขณะที่กัมพูชากำลังจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น

