คอลัมน์ Think Tank: อวสาน ทอยส์ “อาร์” อัส เหยื่อของวัฒนธรรมช้อปปิ้งออนไลน์?

AFP PHOTO / Luc OLINGA

ที่ร้านทอยส์ “อาร์” อัส ในไทม์ส สแควร์ ใจกลางย่านแมนฮัตตันในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ทุกอย่างยังเป็นปกติ เสียงเครื่องกลไกของของเล่นที่วางขายผสมปนเปไปกับเสียงเพลงที่เปิดคลอเป็นพื้นหลัง และพนักงานยืนเตรียมพร้อมที่จะต้อนรับลูกค้า

แต่ชาวนิวยอร์กและนักท่องเที่ยวที่เดินเลือกซื้อสินค้าในร้านเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ตกอยู่ภายใต้ความรู้สึกไม่อยากเชื่อว่า ดินแดนมหัศจรรย์ในวัยเด็กของพวกเขากำลังจะปิดตัวลง

ทอยส์ “อาร์” อัสประกาศว่าจะสะสางบัญชีในการดำเนินกิจการทั้งหมดในสหรัฐโดยปิดร้านทั้งหมด 735 สาขา นับเป็นย่างก้าวที่อาจทำให้พนักงาน 33,000 คน ต้องตกงาน และท้ายที่สุดพวกเขาต้องตกเป็นเหยื่อของหนี้จำนวนมหาศาลและวัฒนธรรมการซื้อของบนอินเตอร์เน็ต

“มันเหมือนกับการสิ้นสุดของยุคสมัย” จอร์ราโด้ ชาวบรู๊คลินวัย 30 ปีเปิดเผยกับเอเอฟพีและว่า เขาซื้อของที่ร้านค้าปลีกแห่งนี้ตั้งแต่อายุได้สี่ขวบ

“เหมือนกับส่วนหนึ่งในวัยเด็กของผมหายไป” เขาบอก “มันไม่ได้เป็นแค่การช้อปปิ้ง แต่มันเป็นประสบการณ์ในการเข้าไปที่ร้าน มันเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดซึ่งคุณสามารถอยู่ใด้เป็นเวลานาน”

“เด็กๆ จะไปที่ไหนทุกวันนี้” เขากล่าวอย่างเศร้าโศกและว่า “เด็กทุกวันนี้ไม่รู้จักร้านที่ขายตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบและพวกเขาต้องหันไปซื้อของผ่านผู้ค้าปลีกออนไลน์อย่างอเมซอนแทน

ร้านที่มีสามชั้นแห่งนี้ตั้งอยู่ในหนึ่งในย่านที่คับคั่งที่สุดของนครนิวยอร์ก แต่ชั้นวางของและตู้โชว์จำนวนหนึ่งเริ่มว่างเปล่า

โรเจอร์ มาโลน ชาวฮาร์เลม ที่เข้ามายังร้านเพื่อหาซื้อฟิกเกอร์จากภาพยนตร์ดังเรื่อง “แบล็คแพนเธอร์” ให้กับลูกทั้งสามคนของเขากล่าวว่า “ผมคงจะคิดถึงมันมาก”

เขาบอกว่า “ผมพาลูกๆ มาที่นี่และพวกเขารักมัน ถือเป็นการสูญเสียเนื่องจากพวกเขาจะไม่สามารถมีประสบการณ์ในการเข้าร้านเพื่อสัมผัสกับของจริงอีกต่อไป”

เชนขายปลีกของเล่นที่มีสาขามากมายแห่งนี้เริ่มมองเห็นสัญญาณของความยากลำบากในปี 2015 เมื่อบริษัทต้องปิดร้านเรือธงในย่านไทม์ส สแควร์ซึ่งมีชิงช้าสวรรค์ยักษ์และดรีมเฮ้าส์ขนาดใหญ่ของบาร์บี้ลง
หลังจากนั้นบริษัทได้มาเปิดร้านที่เล็กลงกว่าเดิมแห่งนี้ขึ้นแทนในย่านแมนฮัตตัน

ทอยส์ “อาร์” อัส ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1948 ถือเป็นหนึ่งในมหาอำนาจด้านค้าปลีกตลอดช่วงยุคทศวรรษที่ 1980 แต่จากการต้องเผชิญกับร้านค้าใหญ่กว่าที่ลดราคามากกว่า เช่นเดียวกับการเฟื่องฟูของร้านค้าปลีกออนไลน์ทำให้บริษัทถูกนำออกจากตลาดหุ้นเมื่อปี 2005 โดยกลุ่มห้างหุ้นส่วนนักลงทุนที่รวมถึงเคเคอาร์กรุ๊ปและเบนแคปปิตอล

ย่างก้าวดังกล่าวทำให้บริษัทต้องรับภาระหนี้สินหลายพันดอลลาร์สหรัฐนำไปสู่เหตุการณ์หลายอย่าง ซึ่งท้ายที่สุดส่งผลให้เกิดการลงมติว่าจะสะสางหนี้ทั้งหมดในการดำเนินกิจการในสหรัฐ

นับเป็นการสิ้นสุดยุคสมัยของหนึ่งในอาณาจักรของเล่นอันยิ่งใหญ่ของคนจำนวนมากทั่วโลก

บทความก่อนหน้านี้แคสเปอร์สกี้ ชี้ผลวิจัย คู่รัก 21% สอดส่องผ่านช่องทางออนไลน์ หวังแก้แค้นอีกฝ่ายยามรักคุด
บทความถัดไปส.ป.ก. ติดตามความคืบหน้าโครงการจัดที่ดินทำกินตามนโยบายรัฐบาล