สำนักข่าวเอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์ รายงานว่า หุ้นเฟซบุ๊กร่วงหนักเมื่อวันที่ 19 มีนาคม หลังจากบริษัท เฟซบุ๊กถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กรณีที่ปล่อยให้บริษัท “เคมบริดจ์ อนาไลติกา” บริษัทของอังกฤษที่ทีมหาเสียงของทรัมป์ว่าจ้างในช่วงหาเสียงปี 2559 ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกเฟซบุ๊ก 50 ล้านคน ในการจูงใจในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2559 และเฟซบุ๊กออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าวด้วยการระงับบัญชีของ “เคมบริดจ์ อนาไลติกา” แล้ว
นางเอมี โคลบูชาร์ วุฒิสมาชิกจากเดโมแครต และนายจอห์น เคนเนดี จากรีพับลิกัน ได้ร่วมกันเรียกร้องให้นายมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเฟซบุ๊ก และผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก มาปรากฏตัวต่อสภาคองเกรส พร้อมกับซีอีโอของกูเกิล และทวิตเตอร์ หลังจากพบว่า บริษัทเหล่านี้ได้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากและขาดซึ่งการควบคุมดูแลจนทำให้เกิดความห่วงกังวลเกี่ยวกับบูรณภาพของการเลือกตั้งของชาวอเมริกัน รวมถึงสิทธิส่วนบุคคล
นอกจากนี้ ฝั่งคณะกรรมาธิการยุโรป ด้านความยุติธรรม ผู้บริโภค และความเท่าเทียมกันทางเพศ เรียกร้องให้มีการเปิดเผยเรื่องที่น่ากลัวนี้หากเป็นเรื่องจริง และประกาศจะนำเรื่องความห่วงกังวลนี้แจ้งไปยังสหรัฐอเมริกาภายในสัปดาห์นี้
ข่าวที่เกิดขึ้น ทำให้ราคาหุ้นของเฟซบุ๊ก ร่วงลงไป 6.8 เปอร์เซ็นต์ ในการปิดตลาดการซื้อขายที่แนสแด็ค ท่ามกลางความห่วงกังวลว่า ธุรกิจของเฟซบุ๊กอาจจะได้รับผลกระทบจากการถูกกดดันในเรื่องดังกล่าว และร่วงลงไปอีก 1 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 170 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น หลังเปิดการซื้อขายต่อมา

