หรือว่า “ทรัมป์” คือตัวแทน “ธาตุแท้” ของความเป็นอเมริกา โดย นงนุช สิงหเดชะ

หรือว่า “ทรัมป์” คือตัวแทน “ธาตุแท้” ของความเป็นอเมริกา

นายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีด้านอสังหาริมทรัพย์ กำลังกลายเป็นตัวเต็งอันดับ 1 ของพรรครีพับลิกันในการลงชิงประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้

แต่กลับกลายเป็นว่าเขาเป็นตัวเต็งที่ทำให้แม้แต่พรรครีพับลิกันหวาดผวา จนไม่อยากสนับสนุนเสียด้วยซ้ำไป เพราะเกรงจะทำให้ภาพลักษณ์ของพรรคเสียหายอันเนื่องจากสไตล์การพูดและหาเสียงที่ขาดการยั้งคิดและสุดโต่ง

แถมนโยบายหลายอย่างที่ทรัมป์ประกาศออกมา มีแนวโน้มสูงว่าจะทำไม่ได้

กล่าวได้ว่าคำพูดและแนวคิดของทรัมป์ ได้ทำลายคุณค่าหลักที่ชาวอเมริกันยึดถือและภูมิใจ นั่นคือการเป็นชาติที่ใจกว้าง เปิดกว้างและเคารพความหลากหลายของเชื้อชาติ ศาสนาและวัฒนธรรม

จนอเมริกามีภาพจำหลักหนักแน่นสำหรับคนทั่วโลกว่าหากต้องการเสรีภาพ ต้องการโอกาสและชีวิตที่ดีกว่า ต้องมุ่งหน้าไปอเมริกา

แต่ทรัมป์ได้ทำให้จุดแข็ง จุดเด่นของอเมริกาหมดสิ้นไป ด้วยคำพูดและนโยบายที่ยั่วยุ สร้างความเกลียดชังแตกแยก ไม่ว่าจะเป็นการประกาศว่าถ้าได้เป็นประธานาธิบดีเขาจะเนรเทศผู้อพยพออกจากประเทศทั้งหมด

และที่บ้าระห่ำไปกว่านั้นก็คือประกาศว่าจะสร้างกำแพงกั้นระหว่างเม็กซิโกกับอเมริกา และจะบังคับให้เม็กซิโกจ่ายค่ากำแพงเพราะรู้เห็นเป็นใจให้ชาวเม็กซิกันอพยพเข้ามา

อีกเรื่องหนึ่งที่ทรัมป์ถูกตำหนิจากทั่วโลกมากที่สุดก็คือการที่เขาประกาศว่าหากได้เป็นประธานาธิบดีจะแบนไม่ให้คนมุสลิมเข้าประเทศ ซึ่งทำให้เขาถูกตอบโต้จากโลกภายนอก เช่นในอังกฤษก็มีการรณรงค์ให้แบนไม่ให้ทรัมป์เข้าประเทศบ้าง

แต่เชื่อหรือไม่ นโยบายแบนมุสลิม กลับทำให้คะแนนทรัมป์พุ่งขึ้นพรวดพราดจาก 28% เป็น 41% ในปลายปีที่แล้ว และทิ้งห่างคู่แข่งของเขาในพรรครีพับลิกันอย่าง นายเท็ด ครูซ

เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะคนอเมริกันมีกระแสความหวาดกลัวคนมุสลิมมาตั้งแต่เกิดเหตุการณ์กลุ่มอัลกออิดะห์ ก่อวินาศกรรมสหรัฐด้วยการนำเครื่องบินพุ่งชนตึกเวิลด์เทรดเมื่อปี 2001 มาแล้ว และความหวาดกลัวนั้นถูกปลุกขึ้นมาเป็นความรู้สึกสดใหม่อีกครั้งจากเหตุการณ์คนร้ายสัญชาติอเมริกัน เชื้อสายปากีสถานนาม ไซเอ็ด ฟารุก กราดยิงเพื่อนร่วมงานในเมืองซานเบอร์นาดิโน รัฐแคลิฟอร์เนีย เสียชีวิต 14 รายเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

เหตุการณ์นี้เกิดไล่หลังเหตุการณ์กลุ่มกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) โจมตีกรุงปารีส ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ถือเป็นเหตุก่อการร้ายครั้งใหญ่ครั้งแรกในแผ่นดินฝรั่งเศส ซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 100 ราย

จากการสืบสวนทราบว่านายฟารุก มือกราดยิงที่แคลิฟอร์เนียรายนี้ ชื่นชอบและฝักใฝ่กลุ่มไอเอส

การหาเสียงของนายทรัมป์ เมื่อเดือนธันวาคมว่าจะแบนคนมุสลิม หลังเกิดกราดยิงดังกล่าว จึงนับว่าถูกที่ถูกเวลา ถูกใจคนอเมริกันจำนวนไม่น้อย จนทำให้คะแนนของทรัมป์พุ่งขึ้น

แนวคิดสุดโต่ง การใช้คำพูดยั่วยุของทรัมป์ดำเนินมาถึงจุดที่ก่อให้เกิดความรุนแรงระหว่างผู้สนับและผู้คัดค้านเขา โดยเฉพาะเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในชิคาโก ที่เกิดเหตุปะทะกันระหว่างผู้สนับสนุนและผู้ต่อต้านนายทรัมป์ ขณะนายทรัมป์ไปหาเสียงที่ชิคาโก โดยกลุ่มผู้ประท้วงนั้นอยู่ด้านนอก แต่วาจาของนายทรัมป์ในลักษณะให้ท้ายแก่ผู้สนับสนุนเขาในการใช้กำลังกับผู้ต่อต้าน ทำให้ฝ่ายผู้สนับสนุนของนายทรัมป์ลงมือชกต่อยฝ่ายตรงข้าม

ทรัมป์อ้างว่าคนที่มาประท้วงเขาเป็นของซีกการเมืองฝ่ายตรงข้าม

แต่อันที่จริงแล้วลำพังคำพูดและนโยบายหาเสียงของเขาที่ต่อต้านผู้อพยพ (อเมริกามีคนหลากเชื้อชาติมากที่สุด) ดูถูกเชื้อชาติ สีผิวและศาสนา ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้คนอเมริกันสายกลางและคนอเมริกันเชื้อสายอื่นไม่พอใจจนตามไปประท้วงถึงเวทีที่เขาหาเสียง

นี่เป็นสภาพที่แทบจะเรียกว่าได้ว่าไม่เคยเห็นมาก่อนหรือแทบไม่ค่อยเห็นในการเมืองอเมริกาขณะหาเสียงเลือกตั้ง

เป็นสภาพคล้ายการเมืองไทยเมื่อหลายปีที่แล้ว ซึ่งมีผู้นำที่ใช้วาจายั่วยุและให้ท้ายมวลชนของตนใช้ความรุนแรงกับฝ่ายตรงข้ามถึงขั้นอาการสาหัส (เช่นกรณีรุมทำร้ายฝ่ายตรงข้ามที่บริเวณห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โดยตำรวจมะเขือเทศไม่ห้ามปราม)

และแบ่งแยกประชาชน ด้วยการพูดว่าจังหวัดไหนไม่เลือกพรรคของข้า จะไม่ได้รับงบประมาณ

หากทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดี อเมริกาคงจะตกอันดับประเทศชั้นหนึ่งของโลก และอาจตกไปอยู่ในกลุ่มประเทศโลกที่สาม นี่เป็นสิ่งที่มีเพียงผู้นำซึ่งมีความรู้เฉพาะทาง (เก่งในการหาเงิน กำไร) แต่ขาดสติปัญญา ขาดดุลพินิจ ขาดความละเอียดอ่อนทางจิตใจและบกพร่องทางศีลธรรม มโนธรรม ไร้สุนทรียศาสตร์ (เรียกให้เข้าใจง่ายก็คือมีความเป็นมนุษย์น้อย) เท่านั้นสามารถทำให้เกิดขึ้นได้

ผู้นำที่เก่งในการหาเงิน หากำไร แต่ขาดมิติอื่นที่มนุษย์พึงมีและควรมีอย่างสมดุล มักจะก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคมเสมอ แบบเดียวกับที่เกิดกับประเทศสารขัณฑ์

โดนัลด์ ทรัมป์ จัดอยู่ในผู้นำประเภท มีความรู้ในการหาเงิน แต่บกพร่องด้านอื่นทั้งหมด คิดในองค์รวมหรือภาพใหญ่ไม่เป็น ว่าหากทำสิ่งนี้แล้วจะเกิดอะไรขึ้น และมืดบอดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มารยาททางการทูต อย่างสิ้นเชิง

อย่างน้อยในขณะนี้ นโยบายแบนมุสลิมของเขาก็ทำให้นักการเมืองระดับรองประธานสภาของอินโดนีเซีย ประเทศมุสลิมใหญ่สุดในโลกประกาศเตรียมจะตอบโต้บ้างด้วยการจำกัดการค้าการลงทุนของสหรัฐในอินโดฯ

นอกจากนี้ ชาวอินโดนีเซีย ยังล่าชื่อเรียกร้องให้ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย แบนธุรกิจของนายทรัมป์ในอินโดฯ ด้วย

จอร์จ ดับเบิลยู. บุช อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ จากพรรครีพับลิกัน ได้ชื่อว่าปากเสีย พูดไม่คิด เป็นพวก jerk มาแล้ว แต่มาเจอ โดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว นับว่าชิดซ้ายไปเลย

รีพับลิกัน ได้ชื่อว่าเป็นพรรคฝ่ายขวามาแต่ไหนแต่ไร เป็นพรรคที่สนับสนุนพ่อค้าปืน สนับสนุนให้ประชาชนพกปืนอย่างเสรี แม้จะเกิดเหตุการณ์กราดยิงกันตายเป็นเบือทุกสัปดาห์ คล้ายกับไม่สามารถถอนตัวจากความป่าเถื่อนของความเป็นอเมริกันยุคเคาบอย ที่ตัดสินกันด้วยปืน

ในความศิวิไลซ์ที่ฉาบเปลือกนอก เราอาจมองเห็นธาตุแท้ของความเป็นอเมริกาของจริง ผ่านพรรครีพับลิกัน และ โดนัลด์ ทรัมป์

เพราะชาวอเมริกันที่ชื่นชอบสนับสนุนนโยบายและแนวคิดของทรัมป์ ก็คือคนประเภทเดียวกับทรัมป์ คือใจแคบ ดูถูกคนเชื้อชาติ ศาสนาอื่น ชอบใช้ความรุนแรงป่าเถื่อน

อย่าเพิ่งประมาทไปว่าทรัมป์จะไม่ได้เป็นประธานาธิบดี เมื่อถึงเวลานั้น ลัทธิคู คลักซ์ แคน (พวกคนขาวที่เหยียดสีผิวสุดโต่ง) จะเฟื่องฟู กิจการค้าปืนจะเบ่งบานกว่าเดิม

อเมริกามีแนวโน้มจะเป็นซีเรียรายต่อไป สงครามกลางเมืองที่มีการฆ่ากันหลายแสนคน จะกลับมาอีกรอบ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“ปอร์เช่”เผยโฉม”911 คาร์เรร่า” 370แรงม้า-ราคาเริ่มต้น12.2ล้าน
บทความถัดไปททท.จับมือสหพัฒน์จัดแพคเกจดึงนักลงทุนต่างประเทศเที่ยว