นายไบรอัน แอคตัน ผู้ร่วมก่อตั้งวอทส์แอพพ์ ทวีตปลุกกระแสว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องลบเฟซบุ๊ก พร้อมกับทำแฮชเท็ก #deletefacebook ขึ้น เพื่อเรียกร้องให้ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กลบบัญชีผู้ใช้งานของตนเอง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังข่าวฉาวกรณีผู้บริหารบริษัทเคมบริดจ์ อนาไลติกา ออกมาอ้างว่าสามารถนำข้อมูลบางส่วนของผู้ใช้เฟซบุ๊กกว่า 50 ล้านรายไปใช้ เพื่อโน้มน้าว จูงใจ ให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้รับสาร โดยอ้างผลงานจากความสำเร็จในการช่วยทีมรณรงค์หาเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งที่ผ่านมา ทั้งนี้การนำเอาข้อมูลจากเฟซบุ๊กไปใช้ดังกล่าวไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากเจ้าของบัญชีต่างๆ แต่อย่างใด
เฟซบุ๊กตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักเมื่อข่าวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ร่วงลงไปถึง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 900,000 ล้านบาท แต่ยังถูกกดดันให้อธิบายถึงมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้งานจากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงนักการเมืองทั้งในสหรัฐและอังกฤษอีกด้วย
อย่างไรก็ดีผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ข่าวฉาวเกี่ยวกับการนำเอาข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ไปใช้ประโยชน์ดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาที่มากมายกว่านั้น ซึ่งเกิดขึ้นในเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆ ที่แพร่หลายอย่างมากในปัจจุบัน

