หน้าแรก ต่างประเทศ สกู๊ปพิเศษ : ...

สกู๊ปพิเศษ : จีนเบรกทรัมป์บน ‘ปากเหว’สงครามการค้า

25.03.18 | 15:00 น.

จีน เรียกร้องให้ สหรัฐอเมริกา “ถอยหลังออกมาจากขอบเหว” จากการที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มีแผนจะกำหนด พิกัดอัตราภาษีศุลกากรมากถึง 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อสินค้าของจีน

เป็นย่างก้าวที่ทำให้ประเทศที่มีเขตเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลกเข้าใกล้การทำสงครามการค้ามากขึ้น

ความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้นสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วตลาดการเงินจากการที่นักลงทุนเล็งเห็นถึงผลกระทบเลวร้ายจะตามมาสำหรับเศรษฐกิจโลก หากมีการกำหนดกำแพงทางการค้าเพิ่มมากขึ้น

ทรัมป์เล็งจะกำหนดกำแพงภาษีต่อสิ่งที่เขาระบุว่าเป็นการยักยอกทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ มีการสอบสวนในเรื่องนี้ตั้งแต่ปีที่แล้วภายใต้มาตรา 301 ของรัฐบัญญัติการค้าสหรัฐ ค.ศ.1974

“จีนหวังว่าจะไม่ต้องทำสงครามการค้า แต่ไม่กลัวหากจะต้องทำ”Ž กระทรวงพาณิชย์จีนระบุตอบโต้ไว้ในแถลงการณ์ แต่ก็ได้ระบุไว้ด้วยว่า “จีนหวังว่าสหรัฐจะถอยหลังกลับมาจากขอบเหว ตัดสินใจอย่างรอบคอบ และหลีกเลี่ยงการฉุดรั้งความสัมพันธ์ทวิภาคีทางการค้าไปสู่จุดที่เป็นอันตราย”

Advertisement

Ž ในบันทึกความเข้าใจของประธานาธิบดีที่ทรัมป์ลงนามไปเมื่อวันที่ 22 มีนาคม จะมีช่วงเวลาในการสอบถามความคิดเห็นจากสาธารณชนเป็นเวลา 30 วัน หลังจากมีการตีพิมพ์เผยแพร่รายชื่อสินค้าจีนออกมาแล้ว

นั่นเป็นการเปิดช่องสำหรับความเป็นได้ที่จะมีการเจรจาเพื่อหารือถึงข้อกล่าวหาของทรัมป์ในเรื่องการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและการบีบบังคับให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี

นอกจากนี้ โรเบิร์ต ไลต์ไฮเซน ผู้แทนการค้าสหรัฐยังจะนำเรื่องขึ้นฟ้องร้องต่อ องค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) โดยกล่าวหารัฐบาลปักกิ่งว่าคอยสกัดกั้นไม่ให้บริษัทอเมริกันจดทะเบียนลิขสิทธิ์เทคโนโลยีของตนเองในจีนอย่างเสรี

แม้ทำเนียบขาวจะระบุว่า แผนการในการกำหนดกำแพงภาษีจะเป็นการตอบสนองต่อ ความก้าวร้าวทางเศรษฐกิจŽ ของจีน แต่ทรัมป์กล่าวว่า เขามองจีนว่า เป็นเพื่อนคนหนึ่งŽ และทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ระหว่างการเจรจา

ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า ทั้ง 2 ฝ่ายมีการติดต่อกันแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าภายใต้เงื่อนไขใดที่จีน และสหรัฐยินดีที่จะเจรจากัน

โดยรัฐบาลปักกิ่งยืนกรานว่าการตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐเป็นการเคลื่อนไหวเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งจีนปฏิเสธ จีนย้ำมาโดยตลอดว่าจะไม่เจรจากับสหรัฐภายใต้กรอบการสอบสวนตามมาตรา 301 ของสหรัฐ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูง ของสหรัฐระบุว่า หากจีนต้องการหลีกเลี่ยงกำแพงภาษีของสหรัฐ พวกเขาจำเป็นต้องมีมาตรการที่เป็นรูปธรรม

แต่ระบุว่ารัฐบาลวอชิงตันยังไม่ได้ข้อเสนอสิ่งที่ต้องทำในการแก้ปัญหาความสัมพันธ์ทางการค้าให้กับจีนแต่อย่างใด จีนแสดงความพร้อมในการตอบโต้ด้วยการประกาศแผนที่จะตั้งกำแพงภาษีต่อสินค้านำเข้าของสหรัฐมูลค่ารวม 3 พันล้านดอลลาร์

รวมถึงผลไม้และไวน์ เป็นการตอบสนองต่อการกำหนดกำแพงภาษีและอะลูมิเนียมที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์จีนเตือนว่าจะมีการกำหนดกำแพงภาษี 15 เปอร์เซ็นต์ต่อสินค้า 120 ชนิดของสหรัฐ รวมถึงผลไม้สด ถั่ว และไวน์ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์

หากสหรัฐล้มเหลวจะบรรลุข้อตกลง จ่ายเงินชดเชยความเสียหายทางการค้าŽ ภายในกรอบระยะเวลาที่ยังไม่มีการกำหนดขึ้น ขณะที่ในขั้นตอนที่ 2 จะมีการกำหนดกำแพงภาษี 25 เปอร์เซ็นต์ต่อสินค้า 8 ชนิด

รวมถึงเนื้อหมูและเศษอะลูมิเนียม คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ เห็นได้ชัดว่าสินค้าดังกล่าวไม่รวมถั่วเหลือง สินค้าส่งออกสำคัญของสหรัฐจากรัฐเป็นฐานเสียงของนายทรัมป์ในการเลือกตั้งเข้าไว้ด้วย

หนังสือพิมพ์ “โกลบอลไทม์ส” กระบอกเสียงของทางการจีน และนายโหลว จี่เว่ย อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์จีน เห็นว่ารัฐบาลกรุงปักกิ่งควรพุ่งเป้าเล่นงานสินค้าชนิดนี้

เบ็ตตี หวัง นักเศรษฐศาสตร์ของธนา คารเอเอ็นซี ระบุว่า การตอบสนองของจีนนั้น ค่อนข้างเบาŽ จากมุมมองของจีน แน่นอนว่าพวกเขาไม่อยากเห็นสงครามการค้า

การกลับมายังโต๊ะเจรจาจะให้ผลที่ดีกว่าŽ หวังบอก สหรัฐขาดดุลการค้าจีนเป็นสถิติที่ 337,200 ล้านดอลลาร์ เมื่อปีที่แล้ว หอการค้าสหรัฐในนครเซี่ยงไฮ้ของจีนระบุว่า บริษัทอเมริกันเผชิญกับอุปสรรคหลายอย่างในการเข้าถึงตลาดในจีน

แต่ระบุว่าทั้ง 2 ฝ่ายควรหลีกเลี่ยงการทำสงครามการค้า สมาชิกพรรครีพับลิกันของทรัมป์เองหลายรายระบุว่า ทรัมป์ควรจะคิดให้รอบคอบกว่านี้ในเรื่องกำแพงภาษี

และเตือนถึงผลกระทบที่จะตามมาสำหรับผู้บริโภคชาวอเมริกันเอง