เดอะวอลสตรีทเจอร์นัลรายงานอ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ว่าสหรัฐอเมริกาขอให้จีนลดพิกัดอัตราภาษีศุลกากรต่อรถยนต์ของสหรัฐ ซื้อวัสดุสารกึ่งตัวนำหรือเซมิคอนดักเตอร์ที่สหรัฐผลิตให้มากขึ้น และให้บริษัทของสหรัฐเข้าถึงภาคการเงินของจีนมากยิ่งขึ้น ในจดหมายที่ส่งถึงจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ความตื่นตระหนกที่เกิดจากความเป็นไปได้ว่าจะเกิดสงครามการค้าระหว่าง 2 ชาติที่มีเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลก สร้างความสั่นยะเยือกไปทั่วตลาดการเงิน โดยนักลงทุนคาดการณ์ถึงผลกระทบร้ายแรงที่จะตามมา หากระดับกำแพงภาษีทางการค้าเพิ่มขึ้นจากความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะลดการขาดดุลทางการค้าของสหรัฐที่มีต่อจีน
นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลัง และนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐได้จัดทำบัญชีสิ่งที่รัฐบาลวอชิงตันต้องการให้จีนทำ ในจดหมายที่ส่งถึงนายหลิว เฮ่อ รองนายกรัฐมนตรีจีนคนใหม่ ที่ดูแลด้านเศรษฐกิจเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
นอกจากนี้วอลสตรีทเจอร์นัลยังรายงานด้วยว่า นายมนูชินกำลังพิจารณาที่จะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งของจีนเพื่อที่จะเจรจาหารือในเรื่องนี้ด้วย
ความกลัวว่าจะเกิดสงครามการค้าขึ้นเริ่มต้นเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจากที่นายทรัมป์ประกาศว่าจะขึ้นกำแพงภาษีนำเข้าต่อเหล็กและอะลูมิเนียม หลังจากนั้นได้ประกาศจะพุ่งเป้าเล่นงานจีนเมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ด้วยการประกาศแผนที่จะกำหนดพิกัดอัตราภาษีศุลกากรสูงถึง 60,000 ล้านดอลลาร์ต่อสินค้าจีน
ขณะที่เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา จีนส่งสัญญาณเตือนเป็นการตอบสนองต่อการกำหนดกำแพงภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียม ด้วยการประกาศแผนการที่จะเก็บภาษีเพิ่มอีก 3,000 ล้านดอลลาร์ต่อสินค้านำเข้าของสหรัฐ 128 ชนิด โดยทั้ง 2 ฝ่ายประกาศที่จะเดินหน้าตามมาตรการของตนหากว่าการเจรจาล้มเหลว
ทั้งนี้ นายทรัมป์เปิดเผยแผนการที่จะเพิ่มกำแพงภาษีพุ่งเป้าไปยังสินค้าจีนหลังจากที่การสอบสวนของสหรัฐพบว่าจีนมีความผิดฐานขโมยทรัพย์สินทางปัญญา และปฏิบัติทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรม โดยบีบบังคับให้นักลงทุนของสหรัฐต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีสำคัญให้กับบริษัทของจีน
วันเดียวกัน กระทรวงการค้าเกาหลีใต้แถลงว่าสหรัฐเห็นพ้องที่จะยกเว้นเกาหลีใต้จากการเก็บภาษีเหล็ก แต่ได้กำหนดโควต้าการนำเข้าแทน ขณะเดียวกันเกาหลีใต้ยินยอมสหรัฐในเรื่องรถยนต์โดยเห็นพ้องที่จะเปลี่ยนแปลงข้อตกลงการค้าทวิภาคีฉบับเดิมที่มีอยู่แล้ว
แถลงการณ์ระบุว่าเกาหลีใต้จะได้รับโควต้าส่งออกเหล็กที่ได้รับการยกเว้นจากกำแพงภาษีไปยังสหรัฐประมาณปีละ 2.68 ล้านตัน หรือคิดเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ของการส่งออกเหล็กของเกาหลีใต้ไปยังสหรัฐระหว่างปี 2558-2560
เกาหลีใต้และและสหรัฐยังเห็นพ้องกันด้วยว่ากำแพงภาษีที่มีต่อรถกระบะของเกาหลีใต้จะยังคงบังคับใช้ไปจนถึงปี พ.ศ.2584 หรือขยายออกไปจากเดิม 20 ปี นอกจากนี้สหรัฐจะสามารถส่งออกรถที่ได้ตามมาตรฐานความปลอดภัยของสหรัฐมายังเกาหลีใต้ได้ปีละ 50,000 คันต่อผู้ผลิต 1 ราย

