นับตั้งแต่ปี 2559 จนถึงขณะนี้ ชาติสมาชิกอาเซียนได้เข้าสู่การรวมตัวเป็น “ประชาคมอาเซียน” มาแล้ว 2 ปีกว่า ถือเป็นระยะเวลาที่ไม่มากไม่น้อยนัก และนับจากนี้ไปอีกเพียงแค่ 9 เดือนเศษ คือในช่วงปี 2562 ไทยก็จะรับหน้าที่สำคัญในฐานะ “ประธานอาเซียน” อีกครั้งหนึ่ง
ตลอดเวลาที่ผ่านมา กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะสำนักเลขาธิการอาเซียนแห่งชาติ ถือว่าภารกิจในการสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียนและประชาคมอาเซียน เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญยิ่ง และหนึ่งในโครงการสำคัญของกรมอาเซียนคือการมอบ “ห้องสมุดอาเซียน” ให้กับโรงเรียนต่างๆ จังหวัดละ 1 แห่งทั่วประเทศไทย

เมื่อสัปดาห์ก่อน นายชัยสิริ อนะมาน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้นำคณะกรมอาเซียน ไปส่งมอบห้องสมุดอาเซียนแห่งที่ 38 และ 39 ให้กับโรงเรียนอนุบาลด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี และโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย จ.อยุธยา ตามลำดับ ซึ่งนอกจากส่งมอบห้องสมุดแล้ว กระทรวงต่างประเทศยังจัดกิจกรรมเสริมทักษะภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนไปควบคู่กันอีกด้วย
น.ส.บุศรา กาญจนาลัย รองอธิบดีกรมอาเซียน กล่าวว่า โครงการห้องสมุดอาเซียนเริ่มขึ้นในปี 2557 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับอาเซียน เป็นศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียนสำหรับประชาชนในพื้นที่ และเป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนให้ก้าวไปข้างหน้า ข้อริเริ่มการดำเนินโครงการห้องสมุดอาเซียนเมื่อปี 2557 ยังทำให้กรมอาเซียน ได้รับรางวัลผู้มีอุปการคุณต่อวงการห้องสมุดประจำปี 2557 จากสมาคมห้องสมุดไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีด้วย

นายอนุชา เงินแพทย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลด่านช้าง กล่าวว่า ห้องสมุดอาเซียนเป็นห้องสมุดที่มีความทันสมัยทั้งด้านเทคโนโลยีเพราะสามารถสืบค้นข้อมูลได้ทางอินเตอร์เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง และจอทัชสกรีน 1 เครื่อง ซึ่งใช้งานง่าย เป็นข้อมูลที่ทันสมัย เด็กสามารถสืบค้นข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและสนุกสนาน มีข้อมูลที่ครอบคลุมทุกกิจกรรมของอาเซียน โดยมีครูเป็นผู้ดูแลแนะนำ เด็กๆ สามารถทำเองได้ เพราะมีพื้นฐานคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว อีกส่วนเป็นหนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประเทศต่างๆ ในอาเซียน ซึ่งมีสีสันสวยงาม เข้าใจง่าย เด็กก็ชอบในการเปิดอ่าน เชื่อว่าจะเป็นห้องสมุดที่น่าจะใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ทั้งกับเด็กที่โรงเรียนและโรงเรียนใกล้เคียง รวมถึงคนในชุมชนที่จะมาใช้สถานที่ในโรงเรียนเป็นที่ออกกำลังกายก็สามารถมาใช้ห้องสมุดได้เช่นกัน นอกจากนี้ทางกรมอาเซียนยังจะส่งโปรแกรมใหม่ และอัปเดทข้อมูลรวมถึงส่งหนังสือใหม่ๆ มาให้ รวมถึงจะพัฒนาครูบรรณารักษ์ให้มีความรู้ใหม่ๆ ด้วย จึงเชื่อว่าห้องสมุดอาเซียนที่โรงเรียนได้รับมาจะเป็นห้องสมุดที่มีชีวิต

นายทรงพล ใจกริ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีกล่าวว่า ห้องสมุดอาเซียนจะเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญเกี่ยวกับอาเซียนทั้งกับคณาจารย์ เยาวชน และประชาชนในพื้นที่รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง จึงต้องขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศที่ได้มามอบห้องสมุดอาเซียนให้กับโรงเรียนอนุบาลด่านช้าง ซึ่งจะมีการดูแลและจัดการดำเนินกิจกรรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ต่อไป
ด้านนายวรากร รื่นกมล ผู้อำนวยการโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย กล่าวว่า คิดว่าห้องสมุดจะเป็นประโยชน์กับนักเรียนมาก ประการแรกคือความรู้ที่จะได้รับจากสื่อและอุปกรณ์ต่างๆ แม้ว่านักเรียนพอจะทราบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับอาเซียนอยู่แล้ว เพราะโรงเรียนจะมีการสอนวิชาอาเซียนศึกษาโดยใช้หนังสือของสำนักพิมพ์ต่างๆ แต่เอกสารและข้อมูลจากกรมอาเซียนจะมีความทันสมัย และมีความเที่ยงตรงมากกว่า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งกับครูที่จะสามารถใช้เพื่อให้มีความชัดเจน ขณะที่นักเรียนและประชาชนที่เข้ามาใช้ห้องสมุดก็น่าจะได้รับข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับอาเซียนมากขึ้น

ว่าที่ร้อยตรีพิเชียน ลิมป์หวังอยู่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ในนามของตัวแทนชาวอยุธยาต้องขอขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศที่ให้ความสำคัญและมอบห้องสมุดอาเซียนให้เป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมของทุกภาคส่วน เพื่อการขับเคลื่อนการเป็นประชาคมอาเซียนให้มีความคืบหน้าต่อไป
ท่านที่ปรึกษาชัยสิริกล่าวว่า กระทรวงต่างประเทศเห็นความสำคัญของเยาวชนและมีกิจกรรมหลากหลายเพื่อช่วยพัฒนาเยาวชนไทย โครงการห้องสมุดอาเซียนเป็นโครงการที่ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจและยินดีอย่างยิ่ง เพราะเป็นวิธีที่จะช่วยติดอาวุธทางปัญญาให้แก่เยาวชน เพื่อให้เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและก้าวทันสถานการณ์ของโลกและภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่ชุมชนสามารถแลกเปลี่ยนและเพิ่มพูนความรู้ระหว่างกัน หวังว่าห้องสมุดอาเซียนจะเป็นพื้นฐานที่จะนำไปสู่การต่อยอดและเพิ่มเติมในสิ่งที่โรงเรียนได้ทำไว้ดีแล้วให้ดียิ่งขึ้นไป เพื่อช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดในบริบทของการเป็นประชาคมอาเซียนที่มีความเข้มแข็ง มีพลัง และมีประชาชนเป็นศูนย์กลางโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ท่านที่ปรึกษาชัยสิริกล่าวด้วยว่า กรมอาเซียนได้มอบห้องสมุดอาเซียนให้เพียงจังหวัดละ 1 แห่งเท่านั้น ถือเป็นประโยชน์ของจังหวัดที่จะใช้เป็นแหล่งข้อมูลทั้งสำหรับเด็ก ครูอาจารย์ ไปจนถึงชุมชน ที่สำคัญในปี 2562 ไทยจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน คนไทยทุกคนต้องร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี และเป็นโอกาสที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียน เพื่อที่จะนำไปใช้ในการปรับตัวเพื่อแสวงหาโอกาสและรับมือกับความท้าทายต่างๆ เพื่อเราจะได้รับประโยชน์จากประชาคมอาเซียนอย่างสูงสุด

นายจิตติพัฒน์ ทองประเสริฐ รองอธิบดีกรมอาเซียน กล่าวว่า หลังจากที่กรมอาเซียนได้มอบห้องสมุดให้กับจังหวัดต่างๆ ไปแล้วกว่า 30 แห่ง ผลตอบรับที่ได้กลับมาอยู่ในระดับที่ดีมาก กรมอาเซียนยังมีทีมงานที่กลับไปดูห้องสมุดที่ได้ส่งมอบไปแล้วอยู่เป็นระยะ ทั้งยังมีการส่งข้อมูลใหม่ที่ทันสมัยไปให้เพิ่มเติม โดยเฉพาะช่วงที่ไทยเข้าสู่การเป็นประธานอาเซียนจะมีการเสริมข้อมูลต่างๆ ให้กับห้องสมุดอาเซียน ในอนาคตจะมีการจัดอบรมบรรณารักษ์เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นในการพัฒนาและดูแลห้องสมุดอาเซียนต่อไป เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่อยากให้ห้องสมุดอาเซียนที่มอบให้กับจังหวัดต่างๆ มีความยั่งยืน
เพราะไม่มีสิ่งใดจะมีค่าไปกว่าความรู้ “ห้องสมุดอาเซียน” จึงเป็นหนึ่งในแหล่งเรียนรู้สำคัญที่จะช่วยต่อยอดความรู้ความเข้าใจในอาเซียนให้กับเยาวชนและประชาชนไทยทั่วประเทศได้เป็นอย่างดี

