‘พล.อ.นิพัทธ์’ แนะจับตาท่าที ‘ปูติน’ หลังเหตุโจมตีซีเรีย มหาอำนาจเผชิญหน้าอีกครั้ง

จรวดพุ่งผ่านท้องฟ้าเหนือกรุงดามัสกัสของซีเรีย / AP

เมื่อวันที่ 14 เมษายน พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหมให้สัมภาษณ์กับ มติชน ว่า การโจมตีต่อที่หมายในซีเรียเมื่อเช้าวันนี้ เป็นการทำสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อเนื่องที่เริ่มรบกันมาตั้งแต่ พ.ศ. 2554 ล่าสุด สหรัฐ อังกฤษและฝรั่งเศส ประสานกันอย่างแน่นแฟ้นตัดสินใจใช้อาวุธนำวิถีระยะไกล และอากาศยานถล่มเป้าหมายที่ระบุว่า เป็นที่ตั้งของกองกำลังและคลังอาวุธเคมีของซีเรียที่ทหารนำไปใช้สังหารประชาชนที่เมืองดูมาเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจาก ทรัมป์ ประกาศว่า การโจมตีที่ทำเนียบขาวในเวลา 2100 น.(เวลาในวอชิงตัน) จุดประสงค์ของการโจมตีครั้งนี้ เพื่อยับยั้งการใช้อาวุธเคมี

พลเอกนิพัทธ์ กล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้มีความสำคัญยิ่งต่อตัวประธานาธิบดี บาชาร์ อัลอัซซาด ซึ่งเป็นผู้นำซีเรียที่รับผิดชอบในสงครามกลางเมืองมากว่า 7 ปี เป็นความชัดเจนของการโจมตีโดย นาย จอห์น แมททิส รมว.กห. สหรัฐ แถลงเป้าหมาย 3 ประเภท คือ สถานที่ทดลองทางวิทยาศาสตร์ในกรุงดามัสกัส คลังเก็บสารเคมีทางตะวันตกของเมืองฮอม (Homs) และที่บัญชาการทางทหารใกล้เมืองฮอม

“เป็นที่น่าสนใจว่า การโจมตีครั้งนี้ มีมหาอำนาจรัสเซียออกมาแถลงการณ์สนับสนุนฝ่ายซีเรีย รัสเซียมีกองกำลังของของรัสเซียตั้งอยู่ในบริเวณเป้าหมายด้วย สื่อในซีเรียที่สนับสนุนนาย อัล อัซซาด เปิดเผยในขั้นต้นว่ามีที่หมายโดนโจมตีเสียหายบางจุด แต่ฝ่ายซีเรียก็สามารถใช้ขีปนาวุธยิงสกัดขีปนาวุธของสหรัฐก่อนพุ่งเข้าสู่ที่หมายได้

“ท่าทีของนางเทเรซาเมย์ นรม.อังกฤษกล่าวชัดเจนว่า อังกฤษส่งเครื่องบินรบ ทอร์นาโด 4 ลำเข้าร่วมโจมตีเป้าหมาย ส่วนเหตุผลที่ฝรั่งเศสเข้าร่วมการปฏิบัติการครั้งนี้โดยประธานาธิบดี มาครง กล่าวว่า “ซีเรียได้ใช้อาวุธเคมีสังหารหมู่ประชาชน ผู้หญิงและเด็ก เสียชีวิตที่เมืองดูมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้” ”

พลเอกนิพัทธ์ กล่าวอีกว่า เท่าที่ติดตามเหตุการณ์ สหรัฐเคยปล่อยจรวดโทมาฮอว์ค 59 ลูกถล่มฐานทัพซีเรียเมื่อเมษายนปีที่แล้วซึ่งมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต ราว 80 คน ซึ่งก็ไม่เกิดผลการเปลี่ยนแปลงใดๆทางการเมือง ในซีเรีย การโจมตีครั้งล่าสุดนี้ สหรัฐใช้อาวุธถล่มมากเป็น 2 เท่า

“เรื่องสงครามกลางเมืองในซีเรียยาวนาน 7 ปี เป็นเรื่องที่น่าเวทนา เพราะมีประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตไปแล้วราว 6 หมื่นคน ชาวซีเรียหนีตายออกนอกประเทศ บ้างก็เรือล่มเสียชีวิตในทะเล บางส่วนทะลักเข้าไปในบ้านใกล้เรือนเคียง และลุกลามเข้าไปในยุโรป สงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันเองในซีเรีย มีตัวละครมากหลาย มีความสลับซับซ้อน มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องหลายฝ่าย เป็นการกลับมาเผชิญหน้าของมหาอำนาจอีกครั้ง ที่น่าสนใจที่สุด คือ ท่าทีของปูติน ที่จับมือกับผู้นำอิหร่าน ที่แข็งกร้าวต่อ 3 มหาอำนาจส่วนท่าทีประเทศไทย มีหน่วยงานดูแลรับผิดชอบอยู่แล้ว” พลเอกนิพัทธ์ กล่าวทิ้งท้าย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“อัสซาด”กร้าวใส่! บอกยิ่งโจมตีซีเรีย ยิ่งฮึดให้สู้
บทความถัดไปนนท.แห่เล่นน้ำล้น ‘ข้าวสาร’ ยิ่งดึกยิ่งแน่นไม่หวั่นแม้จะปิด 3 ทุ่ม