เมื่อวันที่ 1 เมษายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตำรวจฟิลิปปินส์เปิดฉากยิงเข้าใส่ม็อบชาวนาหลายพันคนที่ออกมาประท้วงให้รัฐบาลจัดการเรื่องภัยแล้งที่คุกคามชาวนาผู้ปลูกข้าวอยู่ในขณะนี้ เป็นผลให้ชาวนาถูกยิงดับ 1 ราย และทำให้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน

รอยเตอร์รายงานว่า ม็อบชาวนาผู้ปลูกข้าวราว 6,000 คน ออกมาชุมนุมปิดถนนทางหลวงสายหลักในจังหวัดโคตาบาโตเหนือ บนเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ มาตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งอันเกี่ยวเนื่องกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ทำกินของเกษตรกรจำนวนมาก

นอร์มา คาปูยัน แกนนำม็อบข้าวที่ปิดถนนประท้วง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า มีการยิงปืนเข้าใส่กลุ่มผู้ประท้วง จนทำให้เราต้องหนีไปหลบในโบสถ์ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาปิดล้อม เหตุการยิงที่เกิดขึ้นทำให้มีชาวนาถูกยิงเสียชีวิต 1 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ขาและไหล่อีกหลายสิบคน แกนนำม็อบข้าวยังกล่าวอีกว่าตำรวจพยายามฉีดน้ำสลายม็อบผู้ชุมนุมก่อน แต่หันมาเริ่มยิงใส่ม็อบผู้ประท้วงขณะพยายามเข้ายึดพื้นที่
ขณะที่นางเอ็มมีลู เมนโดซา ผู้ว่าการจังหวัดโคตาบาโตเหนือ กล่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 20 นายในระหว่างที่มีกลุ่มเกษตรกรโจมตีเจ้าหน้าที่ด้วยหนังสติ๊กและก้อนหิน และว่า กลุ่มผู้ประท้วงได้เริ่มต้นยิงก่อน ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงว่ากำลังสอบสวนเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้อยู่ หากพบว่าเจ้าหน้าที่คนใดละเมิดกฎระเบียบปฏิบัติที่มีอยู่ก็จะดำเนินบทลงโทษที่เหมาะสม
รอยเตอร์รายงานว่า การออกมารวมตัวกันประท้วงของม็อบข้าวฟิลิปปินส์ที่มีมาตั้งแต่กลางสัปดาห์ ได้มีการร้องขอเจรจากับผู้ว่าการจังหวัดและให้มอบข้าวจำนวน 15,000 กระสอบแก่เกษตรกรตามที่ผู้ว่าฯรับปากไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะมอบให้เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาทุกข์ร้อนของชาวนาในเบื้องต้น ขณะที่กระทรวงเกษตรของฟิลิปปินส์ระบุว่า พื้นที่การเกษตรมากกว่า 300,000 เฮกตาร์ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และสร้างความเสียหายให้กับข้าวและข้าวโพดเป็นมูลค่ากว่า 5,300 ล้านเปโซ หรือราว 4,085 ล้านบาทแล้ว

