แฉ‘1เอ็มดีบี’ฟอกเงิน ออกทุนสร้าง‘เดอะ วูล์ฟ ออฟ วอลสตรีท’

เมื่อวันที่ 2 เมษายน สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างรายงานข่าวของวอลสตรีทเจอร์นัลระบุว่า เงินบางส่วนที่ใช้ในการสร้างภาพยนตร์เรื่อง “เดอะวูล์ฟ ออฟ วอลสตรีท” (ชื่อไทยว่าคนจะรวย ช่วยไม่ได้) มาจากการฟอกเงินของ 1เอ็มดีบี กองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐบาลมาเลเซียที่ก่อตั้งโดยนายนาจิบ ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซียซึ่งกำลังตกเป็นกรณีอื้อฉาว

นายนาจิบตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักในเรื่องข้อกล่าวหาว่า มีเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐหายไปจากบัญชีของ 1เอ็มดีบีและการรับเงินจากต่างชาติมูลค่า 681 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทั้งนายนาจิบและ 1เอ็มดีบีต่างปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยระบุว่าไม่ได้กระทำผิด

รายงานของวอลสตรีทเจอร์นัลระบุว่า ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวที่นำแสดงโดย ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ และกำกับโดย มาร์ติน สกอร์เซซี ใช้เวลาในการสร้างถึง 6 ปี เนื่องจากสตูดิโอในฮอลลีวู้ดไม่ค่อยเต็มใจจะลงทุนกับหนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทุจริตทางการเงินที่ได้เรตอาร์ แต่มีบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์เล็กๆ แห่งหนึ่งชื่อ เร้ดแกรนิต พิคเจอร์ส ที่เคยสร้างภาพยนตร์มาแค่เรื่องเดียวมาพร้อมกับเงิน 100 ล้านดอลลาร์และความต้องการที่จะสร้างหนังเรื่องนี้ให้สำเร็จ

เจ้าหน้าที่สืบสวนของทั้ง 2 ประเทศเชื่อว่าเงินส่วนใหญ่ในจำนวนนี้ถูกยักย้ายถ่ายเทมาจาก 1เอ็มดีบี โดยเว็บไซต์ของเร้ดแกรนิต พิคเจอร์สระบุชื่อของนายริซา อาซิส บุตรบุญธรรมของนายนาจิบเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและประธานร่วมของบริษัท

เจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวนเชื่อว่าเงินจำนวน 155 ล้านดอลลาร์จากถูกโอนย้ายจาก 1เอ็มดีบีมายังเร้ดแกรนิต พิคเจอร์สด้วยวิธีการที่ซับซ้อน ผ่านบริษัทบังหน้าที่ตั้งอยู่นอกมาเลเซียหลายแห่ง

วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ได้ออกหมายเรียกพนักงานของเร้ดแกรนิตทั้งในอดีตและปัจจุบันมาสอบปากคำแล้วหลายราย รวมถึงพนักงานของธนาคารและบริษัทบัญชีที่เร้ดแกรนิตใช้บริการด้วย

ทั้งนี้ เดอะวูล์ฟ ออฟ วอลสตรีท เป็นภาพยนตร์ชีวประวัติของจอร์แดน เบลฟอร์ท นายหน้านักค้าหุ้นชาวอเมริกัน ผู้ใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟู่ฟ่าในช่วงกลางยุคทศวรรษที่ 1990 ด้วยการใช้เล่ห์กลในการหารายได้จากนักลงทุนโดยมิชอบ จนต้องถูกตัดสินจำคุกจากความผิดข้อหาฉ้อโกงและปั่นหุ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon