บริษัทที่ปรึกษาทางการเมือง ‘เคมบริดจ์ อนาลิติกา’ ที่ตั้งอยู่ในอังกฤษประกาศปิดบริษัทแล้ว ทั้งนี้เคมบริดจ์ อนาลิติกา ตกเป็นข่าวอื้อฉาวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังมีการเปิดเผยว่าบริษัทได้นำข้อมูลส่วนตัวจากโซเชียลมีเดียรวมทั้งข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายสิบล้านคนไปใช้เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมผู้รับสารให้เป็นคุณต่อลูกค้าทางการเมือง ซึ่งช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2559 รวมถึงการลงประชามติเบร็กซิท
อย่างไรก็ดีหลังตกเป็นข่าวอื้อฉาว บริษัทเคมบริดจ์ อนาลิติกา ยืนยันว่าบริษัทไม่ได้กระทำความผิดใดๆ อีกทั้งบริษัทยังมีข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานในการรณรงค์การเลือกตั้งในหลายประเทศ อาทิ อิตาลี เคนยา และไนจีเรีย ซึ่งเป็นการดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
โฆษกของบริษัทออกแถลงการณ์ระบุว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เคมบริดจ์ อนาลิติกา ตกเป็นเป้าในการถูกกล่าวหาอย่างไร้เหตุผล แม้ว่าบริษัทจะพยายามแก้ไขข้อมูลและยืนยันการทำกิจกรรมของบริษัทว่าทุกอย่างเป็นเรื่องถูกต้องตามกฏหมายรวมถึงเป็นไปตามมาตรฐานสากล แต่การตกเป็นเป้าในการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนทำให้ลูกค้าสูญเสียความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นผลให้บริษัทตัดสินใจยุติการดำเนินการลง โดยมีรายงานด้วยว่าบริษัทในเครือของเคมบริดจ์ อนาไลติกา ก็กำลังเริ่มต้นดำเนินการยื่นเรื่องล้มละลายด้วย
ทั้งนี้ข่าวฉาวกรณีเคมบริดจ์ อนาลิติกา ทำให้เฟซบุ๊กถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ขณะที่นายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กก็ต้องเดินสายชี้แจงต่อรัฐสภาสหรัฐหลายครั้ง

