เมื่อวันที่ 4 เมษายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ราคาน้ำมันดิบซื้อขายในตลาดเอเชียช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ร่วงลง หลังจากซาอุดีอาระเบียแสดงท่าทีกังขาว่าที่ประชุมประเทศผู้ผลิตน้ำมันยักษ์ใหญ่ของโลกที่จะมีขึ้นในเดือนหน้าจะบรรลุความเห็นพ้องที่จะหยุดการผลิตน้ำมันลงเพื่อจัดการกับปัญหาอุปทานน้ำมันในตลาดโลกที่มีมากเกินจนส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันหรือไม่
โดยสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสส่งมอบล่วงหน้าเดือนพฤษภาคม ราคาปรับลดลงไป 43 เซ็นต์ หรือ 1.17 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 36.36 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบชนิดเบรนต์ส่งมอบเดือนมิถุนายนปรับลง 34 เซ็นต์ หรือ 0.88 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 38.33 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากที่เมื่อวันศุกร์(1 เม.ย.) ราคาน้ำมันดิบทั้งสองชนิดปิดลดลงไป 4 เปอร์เซ็นต์
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน รองนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของซาอุดีอาระเบีย ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ ให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์กนิวส์ว่า หากทุกประเทศเห็นพ้องกันที่จะยุติการผลิต ซาอุฯก็พร้อม
ก่อนหน้านี้แต่ละฝ่ายมีความหวังว่าจะมีความตกลงบางอย่างเกิดขึ้นในการประชุม องค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน(โอเปก)ที่นำโดยประเทศรัสเซียและซาอุฯ ชาติผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ในวันที่ 17 เมษายนนี้
ไมเคิล แมคคาธี นักวิเคราะห์จากซีเอ็มซี มาร์เก็ต ในประเทศออสเตรเลียกล่าวว่า ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจที่นักค้าจะมีปฏิกริยาต่อความเห็นของเจ้าชายซัลมานจนราคาน้ำมันปรับลดลง เพราะที่ราคาน้ำมันปรับดีขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ก็เป็นผลเกี่ยวเนื่องจากการมองในแง่บวกว่าจะมีความตกลงเกิดขึ้นในการประชุมของโอเปก

