หน้าแรก ต่างประเทศ เชื่อไม่ได้ตา...

เชื่อไม่ได้ตามคาด! ‘ทรัมป์’ ประกาศถอนตัวข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน

9.05.18 | 09:19 น.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยนิวเคลียร์กับอิหร่านแล้วเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ตามเวลาในสหรัฐ การดำเนินการดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงสร้างความผิดหวังให้กับชาติพันธมิตรของสหรัฐในยุโรป และยังสร้างความไม่แน่นอนให้กับอุปทานการผลิตน้ำมันทั่วโลกอีกด้วย

ทรัมป์ได้ประกาศการถอนตัวของสหรัฐผ่านทางสถานีโทรทัศน์จากทำเนียบขาว โดยระบุว่า ข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านเป็นข้อตกลงเพียงฝ่ายเดียวแสนเลวร้ายซึ่งไม่ควรจะถูกจัดทำขึ้น และว่า ข้อตกลงที่ผุพังและค่อยๆ ล่มสลายนี้ทำให้เขารู้สึกอับอายในฐานะพลเมืองสหรัฐ

ทั้งนี้ ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านถูกจัดทำขึ้นเมื่อปี 2558 ภายใต้การนำของรัฐบาลสหรัฐ โดยประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งชาติมหาอำนาจอีก 5 ชาติ ได้ตกลงที่จะยุติการคว่ำบาตรอิหร่านเพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่อิหร่านจะควบคุมโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง ความตกลงดังกล่าวถูกจัดทำขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองระเบิดนิวเคลียร์

อย่างไรก็ดี ทรัมป์ระบุว่า ความตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านไม่ได้พูดถึงโครงการพัฒนาขีปนาวุธของอิหร่าน การดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับนิวเคลียร์ของอิหร่านหลังปี 2568 และบทบาทของอิหร่านในความขัดแย้งที่เยเมนและซีเรีย

การตัดสินใจดังกล่าวของทรัมป์จะยิ่งเพิ่มรอยร้าวกับชาติพันธมิตรอื่นๆ โดยเฉพาะหลังจากที่ผู้นำยุโรปหลายคนพากันเดินทางมาเยือนกรุงวอชิงตัน และร้องขอให้ทรัมป์รักษาข้อตกลงฉบับนี้เอาไว้ แม้ว่าทรัมป์จะเปิดกว้างต่อการเจรจาข้อตกลงใหม่ร่วมกับชาติพันธมิตร แต่ไม่ชัดเจนว่าชาติยุโรปจะเอาด้วยหรือไม่ และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ อิหร่านจะยินยอมเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้งหรือไม่ด้วย

Advertisement

ด้านผู้นำอังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส จีน และรัสเซีย ซึ่งเป็นอีก 5 ชาติที่ร่วมลงนามในความตกลงดังกล่าว ได้ออกแถลงการณ์ร่วมระบุว่า การตัดสินใจของทรัมป์ทำให้รู้สึกผิดหวังและเป็นกังวล

ก่อนหน้านี้ นายฮัสซัน รูฮานี ประธานาธิบดีอิหร่านระบุว่า อิหร่านจะยังคงยึดมั่นในข้อตกลงดังกล่าวแม้สหรัฐจะถอนตัวออกไปก็ตาม แต่หลังจากคำประกาศของทรัมป์ ประธานาธิบดีอิหร่านออกมาประณามว่าสหรัฐว่าไม่เคารพในความตกลงที่ทำขึ้นเอง และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของอิหร่านเตรียมพร้อมที่จะกลับมาเสริมสมรรถนะของแร่ยูเรเนียม ซึ่งจะนำใช้สำหรับการผลิตไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์รวมถึงอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้งหนึ่งแล้วเช่นกัน