เหตุปะทะกันระหว่างกองทัพอิสราเอลกับชาวปาเลสไตน์ที่ออกมาประท้วงบริเวณฉนวนกาซาเนื่องจากไม่พอใจที่สหรัฐเปิดสถานทูตแห่งใหม่ในนครเยรูซาเลม เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา ลุกลามจนกลายเป็นการนองเลือดภายในวันเดียวที่เลวร้ายที่สุดสำหรับชาวปาเลสไตน์นับตั้งแต่สงครามที่ฉนวนกาซาในปี 2557
กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ระบุว่ามีผู้ประท้วงเสียชีวิต 55 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 2,700 คน ทั้งจากการถูกยิงด้วยกระสุนจริง แก๊สน้ำตา รวมถึงสาเหตุอื่นๆ ซึ่งมาจากการกระทำของกองทัพอิสราเอล ที่นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลยืนยันว่าเป็นเพียงการป้องกันตนเองเท่านั้น
ขณะที่หลายประเทศรวมถึงอังกฤษและฝรั่งเศสออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ความอดทนอดกลั้น ส่วนสหประชาชาติระบุว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ด้านประเทศตุรกีย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการฆาตกรรมหมู่ แต่สหรัฐกลับไม่ออกมาร่วมเรียกร้องให้อิสราเอลใช้ความอดทนอดกลั้น ซ้ำยังกล่าวโทษกลุ่มฮามาสพร้อมกับสนับสนุนการกระทำของกองทัพอิสราเอลอีกด้วย

