นักเคลื่อนไหวผู้เปิดเผยเบื้องหลังเคมบริดจ์ อนาลิติกา(ซีเอ) ระบุระหว่างการไต่สวนของสภาคองเกรสสหรัฐ กรณีรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐปี 2016 เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า บริษัทที่ปรึกษาทางการเมือง “เคมบริดจ์ อนาลิติกา” นั้นแบ่งปันข้อมูลกับบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับหน่วยข่าวกรองรัสเซีย
คริสโตเฟอร์ ไวลี ผู้แฉข้อมูลของบริษัทซีเอว่ามีการนำข้อมูลผู้ใช้งานเฟซบุ๊กจำนวนหลายล้านคนไปใช้ประโยชน์ ระบุกับคณะกรรมาธิการวุฒิสมาชิกสหรัฐว่า ตนเชื่อว่า หน่วยข่าวกรองรัสเซียสามารถเข้าถึงข้อมูลซึ่งบริษัทที่ปรึกษาดังกล่าวได้รับมาได้
ไวลี ระบุว่า นักวิจัยชาวอเมริกันเชื้อสายรัสเซีย อเล็กซานเดอร์ โคแกน ผู้ที่สร้างแอพพลิเคชั่นเพื่อเก็บข้อมูลผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก ทำงานให้กับโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลรัสเซียในเวลาเดียวกัน โดยหนึ่งในงานที่ทำคือโครงการ “วิจัยพฤติกรรม” และว่า ซีเอ อาจเป็นเป้าหมายของหน่วยงานข่าวกรองรัสเซีย ซึ่งรู้ว่าซีเอมีข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กอยู่
ไวลี ระบุด้วยว่า ซีเอ ใช้นักวิจัยรัสเซีย แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการหาเสียงด้วยข่าวลือ การปลูกฝังทัศนคติ กับบริษัท และผู้บริหารที่มีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานข่าวกรองรัสเซีย
ทั้งนี้การไต่สวนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการไต่สวนกรณีการใช้ข้อมูลเฟซบุ๊กโดยบริษัที่ปรึกษาในการหาเสียงของโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปี 2016 โดยเฟซบุ๊ก กล่าวหาบริษัทเคมบริดจ์ อนาลิติกา ว่านำข้อมูลผู้ใช้งานเฟซบุ๊กไปใช้โดยละเมิดข้อตกลลงที่ทำไว้กับโคแกน นักวิชาการผู้ผลิตแอพพลิเคชั่นซึ่งถูกดาวน์โหลดโดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก 270,000 คนและเก็บข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนถึง 87 ล้านคน

