
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา พยายามที่จะทำให้การประชุมสุดยอดของตนกับนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือกลับมาอยู่บนเส้นทางอีกครั้งด้วยการยื่นข้อเสนอที่รับประกันว่า ผู้นำเกาหลีเหนือจะได้ดำรงตำแหน่งต่อไปหากยินยอมละทิ้งอาวุธนิวเคลียร์
จากที่แนวโน้มในการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ที่กำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 12 มิถุนายนระหว่างผู้นำทั้งสองเริ่มริบหรี่ลง นายทรัมป์ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมว่า หากการพบปะหารือประสบความสำเร็จ “นายคิมจะได้รับการปกป้องที่เข้มแข็ง”
“นายคิมจะได้อยู่ในประเทศ ได้บริหารประเทศ และประเทศของเขาจะร่ำรวยมาก” นายทรัมป์กล่าว
แต่คำมั่นสัญญามาพร้อมกับคำเตือนที่เสมือนเป็นคำขู่กลาย ๆ ว่า หากการทูตล้มเหลว นายคิมอาจต้องประสบชะตากรรมแบบเดียวกับพ.อ.โมอามาร์ กาดาฟี ผู้นำลิเบียที่ถูกโค่นล้มและถูกสังหารโดยกลุ่มกบฎ
คำกล่าวแสดงความคิดเห็นของนายทรัมป์มีขึ้นในขณะที่รัฐบาลเกาหลีเหนือดูเหมือนจะถอยห่างจากแนวคิดในการนั่งโต๊ะเจรจาที่สิงคโปร์ในเดือนหน้า โดยประณามข้อเรียกร้องให้ “ปลดอาวุธนิวเคลียร์ฝ่ายเดียว” ของสหรัฐ
นายทรัมป์ชี้ว่าการแสดงท่าทีกลับลำอย่างชัดเจนอาจมาจากคำขอร้องของนายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีจีน
“มีความเป็นไปได้สูงมากที่นายสีจะมีอิทธิพลต่อนายคิม จอง อึน” นายทรัมป์กล่าวโดยอ้างถึงการพบกันครั้งที่ 2 ของทั้งคู่ในรอบ 1 เดือน และว่า “คอยดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
วันเดียวกัน กระทรวงกลาโหมสหรัฐ (เพนตากอน) เปิดเผยว่าไม่มีการพิจารณาลดระดับการฝึกซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้ที่สร้างความโกรธเคืองให้รัฐบาลเกาหลีเหนือ โดยนางดานา ไวท์ โฆษกเพนตากอนระบุว่า รูปแบบของการฝึกซ้อมเป็นการป้องกันตัว และจะไม่มีการเปลี่ยนขอบข่ายเรื่องนี้ที่เกี่ยวกับการปกป้องพันธมิตร”
