“เมื่อโมเสส ชูไม้เท้าขึ้นเหนือน้ำ ทะเลแดง ก็ถูกแหวกออกเป็นทางเดินให้ชาวอิสราเอลเดินข้ามไป”
เป็นเรื่องราวของโมเสส ผู้บัญญัติกฎและผู้เผยพระวจนะแก่วงศ์วานอิสราเอล ที่หลายคนเคยได้ยินมา
และกลายเป็นที่มาของการเปรียบเทียบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเกาะจินโด ของเกาหลีใต้ ที่ปีหนึ่งจะเกิดปรากฏการณ์ทะเลแหวกขึ้นอย่างน้อย 4 วัน ว่า คือ “โมเสสแห่งเกาหลี”
ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นช่วงที่เรียกว่าเป็นเทศกาลประจำปีของเกาะจินโด เรียกว่า “เดอะ จินโด มิราเคิล ซี โรด เฟสติวัล” ที่จะเกิดปรากฏการณ์ทะเลแหวกขึ้น เมื่อน้ำทะเลหายไป เหลือแต่สันทรายกลายเป็นทางเดินธรรมชาติจากเกาะจินโด ไปยังเกาะโมโด เป็นระยะทางยาวประมาณ 2.7 กิโลเมตร และกว้างถึง 40 เมตร
โดยทะเลแหวกนี้ เป็นผลมาจากการที่กระแสน้ำที่ลงต่ำอย่างมาก
วันหนึ่ง จะเกิดปรากฏการณ์นี้เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้น แต่ละปีในช่วงนี้ ก็จะมีบรรดาชาวเกาหลีและนักท่องเที่ยวต่างชาติ แห่แหนเดินทางไปเที่ยวที่เกาะจินโด เพื่อรอคอยการเดินข้ามทะเลแหวกไปยังเกาะโมโด
ปีนี้ ก็ถือเป็นปีที่ 40 แล้ว ที่มีการจัดงานเทศกาลทะเลแหวกจินโดขึ้น และมีนักท่องเที่ยวมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี
ซึ่งผู้ที่มาพบปรากฏการณ์นี้เป็นคนแรก คือ นายปิแอร์ แลงดี เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำกรุงโซล ในสมัยนั้น ที่มาพบว่า เกิดเหตุทะเลแหวกขึ้นที่เกาะจินโด เมื่อปี ค.ศ.1975 และได้เขียนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังสือพิมพ์ฝรั่งศสเรียกปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็น “โมเสสแห่งเกาหลี”
หลังจากนั้น ก็มีกันพูดกันปากต่อปาก และเริ่มมีผู้คนรู้จักมากขึ้น ก็เลยเกิดเป็นงานเทศกาลขึ้นมา ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางไปที่เกาะจินโดจำนวนมาก
ปีนี้ มีการจัดงานต่างๆภายในเทศกาลมากถึง 70 งาน ทั้งการแสดงทางวัฒนธรรมและกิจกรรมต่างๆเกี่ยวกับดนตรีท้องถิ่น วาดภาพ ระบายสี อาหาร และเครื่องดื่ม
ในขณะที่นักท่องเที่ยวตื่นตาตื่นใจกับการเดินข้ามทะเลแหวก เพื่อไปยังอีกเกาะหนึ่ง บรรดาชาวบ้านในพื้นที่ ก็ลงไปเก็บหอย และสาหร่ายขึ้นมา
แต่จริงๆแล้ว ปรากฏการณ์ทะเลแหวกในประเทศไทยเองก็มี อยู่ที่จังหวัดกระบี่ ที่จะเกิดทะเลแหวกขึ้น ที่เกาะทับ เกาะหม้อ และเกาะไก่ แถมยังเกิดขึ้นทุกวัน ในช่วงที่น้ำลงต่ำสุดของแต่ละวัน และยังเดินไปมาเชื่อม 3 เกาะทีเดียว

