สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า เดนมาร์กกลายเป็นประเทศล่าสุดในกลุ่มสหภาพยุโรป(อียู)ที่ผ่านกฎหมายห้ามการสวมผ้าคลุมปกปิดใบหน้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้หญิงชาวมุสลิมส่วนใหญ่ที่สวมนิกอบและฮิญาบ ซึ่งเป็นผ้าคลุมปกปิดใบหน้าหรือปกปิดทั้งตัวตามหลักศาสนาอิสลาม หลังจากรัฐสภาเดนมาร์กผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วยเสียงสนับสนุน 75 ต่อ 30 เสียงเมื่อวันพฤหัส(31 พ.ค.)ที่ผ่านมา โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป หากผู้ใดฝ่าฝืนจะได้ถูกปรับเป็นเงินจำนวน 1,000 โครน หรือราว 5,000 บาท แต่หากกระทำผิดซ้ำสองจะได้รับโทษปรับเพิ่มสูงกว่าเดิมถึง 10 เท่า
แม้บทบัญญัติภายใต้กฎหมายฉบับนี้จะไม่ได้เจาะจงถึงผู้หญิงชาวมุสลิมโดยตรง แต่ระบุว่าผู้ใดก็ตามที่สวมใส่เสื้อผ้าที่ปิดซ่อนใบหน้าในที่สาธารณะจะถูกลงโทษด้วยการถูกปรับเงิน
แอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนล องค์กรเคลื่อนไหวด้านสิทธิ ประณามการผ่านกฎหมายฉบับนี้ของเดนมาร์กในทันทีว่าเป็นการเลือกปฏิบัติที่ละเมิดสิทธิสตรี
ทั้งนี้ฝรั่งเศสเป็นประเทศแรกในยุโรปที่ห้ามสวมผ้าคลุมปิดบังทั้งใบหน้าในที่สาธารณะมีผลเดือนเมษายนปี 2554 หลังจากมีการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อ 7 ปีก่อนหน้านั้น ขณะที่ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา เบลเยียมได้ออกกฎหมายในลักษณะเดียวกัน ก่อนที่กฎหมายห้ามการคลุมผ้าปกปิดใบหน้าทั้งหมดหรือบางส่วนได้มีออกมาบังคับใช้ในประเทศออสเตรีย บัลแกเรีย และในแคว้นบาวาเรีย ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี

