หนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่ถือเป็น “จุดแข็ง” และ “จุดขาย” ของไทยคือการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก เป็นการใช้สิ่งที่ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศระบุว่าเป็น “อำนาจละมุน” ของไทย เพื่อสานสัมพันธ์ผ่านการเผยแพร่วัฒนธรรมและสิ่งที่ถือเป็นเอกลักษณ์อันงดงามน่าชื่นชมของไทยไปสู่โลก โดยอาศัยช่วงเวลาที่อากาศเหมาะสม คือปลายฤดูใบไม้ผลิก่อนเข้าฤดูร้อนของทุกปี ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับกระทรวงวัฒนธรรม
โครงการดังกล่าวเริ่มต้นดำเนินการต่อเนื่องมาหลายปีนับตั้งแต่ปี 2557 โดยในเดือนพฤษภาคมปีนี้ มีการนำคณะของไทยไปเผยแพร่งานด้านการทูตวัฒนธรรมใน 6 ประเทศของยุโรป ตั้งแต่ อิตาลี โปรตุเกส สเปน ออสเตรีย เบลเยียม และเยอรมนี
เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต จึงได้จัดงาน “An Enchanted Thai Evening” หรือ “ตระการตาในค่ำคืนแห่งความฝัน” ขึ้นที่โรงละครนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต น.ส.พรรณนภา จันทรารมย์ กงสุลใหญ่ไทย ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต กล่าวว่า การจัดงาน “ตระการตาในค่ำคืนแห่งความฝัน” เป็นโอกาสอันดีที่จะนำเอาวัฒนธรรมไทยมาเผยแพร่ในนครแฟรงก์เฟิร์ต ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมในเยอรมนี เรามุ่งหวังให้การจัดงานวันนี้จะทำให้ประชาชนของไทยและเยอรมนีใกล้ชิดกันมากขึ้น เพราะเราตระหนักดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนจะเป็นรากฐานที่มั่นคงต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ งานในคืนนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ชาวไทยและเยอรมนีใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น แต่ยังช่วยสานสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อนประเทศไทย (Friends of Thailand) จากภาคส่วนต่างๆ รวมถึงคนชาติอื่นๆ ด้วยเช่นกัน
น.ส.พรรณนภาบอกด้วยว่า ไทยมองว่าเยอรมนีเป็นเพื่อนสนิทและเป็นมิตรที่ใกล้ชิดของไทยในยุโรป ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเริ่มขึ้นตั้งแต่การลงนามในสนธิสัญญาไมตรี การค้า และการเดินเรือในปี 2405 นับจากนั้นความสัมพันธ์ระหว่างกันก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความร่วมมือระหว่างกันก็ขยายสาขาจนครอบคลุมผลประโยชน์ร่วมกันในทุกด้าน ตั้งแต่การค้า การลงทุน ความมั่นคง วิทยาศาสตร์ ความร่วมมือด้านเทคนิค และวัฒนธรรม

ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเยอรมนีเดินทางเยือนไทยถึงปีละมากกว่า 800,000 คน โดยเป้าหมายในการท่องเที่ยวยอดนิยมคือมรดกโลกที่กระจายอยู่ในทุกภาคของประเทศ ขณะที่ในปัจจุบันอาหารไทย นวดแผนไทย และสปาของไทยก็ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

แน่นอนว่าจุดเด่นของงานคือการแสดงโขนชุดอัญเชิญพระนารายณ์ปราบมารร้ายทศกัณฐ์ ซึ่งกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้เรียบเรียงขึ้นใหม่สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ ยังมีการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน 4 ภาค โดยภาคเหนือ ได้แก่ ระบำโคมและฟ้อนขันดอก ภาคใต้ ได้แก่ รำมโนราห์และรำซัดชาตรี ภาคกลาง ได้แก่ ศิลปะการต่อสู้ด้วยพลอง-ไม้สั้น และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ฟ้อนภูไทและเซิ้งกะโป๋

การแสดงซึ่งผสมผสานกันอย่างพอเหมาะเรียกความสนใจจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี เพราะมีทั้งการแสดงโขนอันเป็นศิลปะชั้นสูงของไทย กับการแสดงพื้นบ้านที่ดูง่ายและสนุกสนาน สร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้ชม ซึ่งมีทั้งผู้แทนระดับสูงของภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชนและการศึกษาในนครแฟรงก์เฟิร์ต คณะกงสุลต่างชาติในรัฐเฮสเซินซึ่งเป็นที่ตั้งของนครแฟรงก์เฟิร์ต กลุ่มเพื่อนประเทศไทย ประธานสมาคมและชมรมต่างๆ ของไทยราว 200 คนในโรงละครได้เป็นอย่างดี
ไม่เพียงแต่จะได้ดื่มด่ำไปกับการแสดงอันหลากหลาย ก่อนหน้าที่การแสดงจะเริ่มขึ้น สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ยังได้จัดงานเลี้ยงรับรองด้วยอาหารไทยที่ได้รับความนิยมอย่าง ต้มยำกุ้ง ผัดไทย ทอดมัน ปอเปี๊ยะทอด และวุ้นกะทิ เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสกับรสชาติไทยแท้ ซึ่งช่วยตอกย้ำความนิยมชมชอบต่ออาหารไทยได้อย่างแนบเนียน ขณะที่กระทรวงวัฒนธรรมยังได้จัดสาธิตการแกะสลักผักและผลไม้สด การวาดผ้าบาติก และการวาดร่มกระดาษ โดยเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถทดลองทั้งการแกะสลัก วาดผ้าบาติก และวาดภาพลงบนร่มกระดาษ ทั้งยังสามารถนำกลับบ้านไปเป็นที่ระลึกได้ เพื่อเผยแพร่ผลงานศิลปะและหัตถกรรมของไทย ซึ่งเรียกความสนใจได้อย่างล้นหลามด้วยเช่นกัน

และเพื่อให้การจัดงานครั้งนี้ได้ประโยชน์สูงสุด ทีมประเทศไทยในนครแฟรงก์เฟิร์ต ประกอบด้วย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ นครแฟรงก์เฟิร์ต สำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน นครแฟรงก์เฟิร์ต การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครแฟรงก์เฟิร์ต และบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานนครแฟรงก์เฟิร์ต ยังได้ร่วมกันจัดนิทรรศการประชาสัมพันธ์ด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในไทยไปพร้อมๆ กัน
น.ส.พรรณนภาบอกว่า การจัดงานครั้งนี้ประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่งสมกับเป้าหมายที่วางไว้ ผู้ร่วมงานล้วนแต่มีความประทับใจทั้งกับการแสดงไปจนถึงอาหารและกิจกรรมอื่นๆ ภายในงาน และถึงกับเรียกร้องให้มีการจัดกิจกรรมเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง สมกับวัตถุประสงค์ในการจัดงานเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของไทย และเผยแพร่ความเป็นไทยให้กับผู้คนในต่างแดนทุกประการ
การเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในนครแฟรงค์เฟิร์ตไม่ได้จำกัดอยู่แต่เพียงในโรงละครเท่านั้น เพราะต้องการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนต่อประชาชนได้อย่างแท้จริง สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต จึงได้จับมือกับโรงเรียนในนครแฟรงค์เฟิร์ตจัดกิจกรรมให้กับเด็กในโรงเรียน โดยยกทั้งการแสดงโขนและการสอนกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่แกะสลักผักและผลไม้ วาดผ้าบาติก วาดภาพบนร่มกระดาษ และสานปลาตะเพียน ไปให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ถึงในห้องเรียน ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้กับเด็กๆ ที่แสดงความสนใจในกิจกรรมที่ไม่เพียงจะสนุกสนาน แต่ยังช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กับเด็กๆ อีกด้วย

กงสุลใหญ่ไทย ณ นครแฟรงก์เฟิร์ตบอกว่า ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจัดการแสดงทางวัฒนธรรมเช่นนี้ให้กับเด็กนักเรียนเยอรมนีถึงในโรงเรียน เพราะเราต้องการจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตาของเยาวชน ด้วยตระหนักดีว่าการเชื่อมโยงในระดับประชาชนต่อประชาชนจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะสร้างกระชับความสัมพันธ์และสร้างความเข้มแข็งให้กับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-เยอรมนี
“เยาวชนเปรียบเสมือนผ้าขาว เมื่อมีความประทับใจที่ดีต่อไทยซึมซับลงไปในความทรงจำแล้ว ความประทับใจนั้นอาจทำให้พวกเขาต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศไทยเพิ่มเติม หรือกลับไปเล่าประสบการณ์ที่ประทับใจให้ครอบครัวทราบ เราหวังว่าเยาวชนเหล่านี้จะมีความรู้สึกที่ดีต่อไทยไปจนเขาเติบใหญ่ และในอนาคตครอบครัวของเด็กๆ เหล่านี้อาจพากันไปท่องเที่ยวในไทย ซึ่งจะเป็นการสานสัมพันธ์อันดีต่อกันให้ยืนยาวต่อไปในอนาคต” น.ส.พรรณนภากล่าว
ไม่ว่าจะในโรงละครนานาชาติหรือในโรงเรียนที่นครแฟรงก์เฟิร์ต ความเป็นไทยดูจะสร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็นได้อย่างงดงาม

