การเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ (จี7) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ถูกจับตามองในฐานะเวทีที่ผู้นำสหรัฐจะถูกโดดเดี่ยวจากผู้นำชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอื่น อย่างไรก็ดีล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสระบุว่า สหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) จะจัดตั้งกระบวนการเจรจาเกี่ยวกับการค้าในระดับเจ้าหน้าที่เทคนิคร่วมกันภายในไม่เกิน 2 สัปดาห์หลังจากนี้
ความไม่พอใจต่อสหรัฐมีขึ้นหลังจากที่สหรัฐได้ประกาศขึ้นกำแพงภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมต่อแคนาดา ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดประชุม จี7 ในปีนี้ อียูและเม็กซิโก โดยให้มีผลบังคับใช้ทันทีเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้หลายประเทศประกาศมาตรการตอบโต้ด้วยการขึ้นกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ
หลังการหารือระหว่างทรัมป์กับนายเอ็มมานูเอล มาครง ระหว่างการเข้าร่วมประชุม จี7 ทรัมป์ระบุว่า ผู้นำฝรั่งเศสกำลังช่วยดำเนินการเกี่ยวกับประเด็นการค้า และมีบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นสัญญาในทางบวก ขณะที่มาครงก็ย้ำว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความคืบหน้าในเรื่องการค้า ซึ่งทำให้เกิดรอยร้าวระหว่างสหรัฐและชาติพันธมิตร

