‘Happy Journey with BEM’ ชวนคว้ากล้องสอดส่องอาคารและเรื่องราว ณ ย่านหัวลำโพง

26.09.22 | 09:56 น.

ยามเมื่ออาทิตย์โผล่ขึ้นจากเส้นขอบฟ้า แสงที่สาดส่องสู่ย่านหัวลำโพง เผยให้เห็นอาคารที่เริ่มผุกร่อน สีสันของตึกที่ซีดจางจากแสงแดดและกาลเวลาที่พาดผ่าน แต่สิ่งที่ไม่อาจลบเลือนและยิ่งเห็นเด่นชัดขึ้น กลับเป็นเรื่องราวและประวัติศาสตร์ของสถานที่ ผู้คน ที่ยังคงฝังแน่นแอบซ่อนอยู่ในหลังคาที่ผุพัง สีที่แตกร่อน ในตึกรามบ้านช่องทุกหลัง และนี่เองยิ่งทำให้อาคารเหล่านี้น่าค้นหา

ถึงเวลาแล้วสำหรับคนรักการถ่ายภาพ ที่จะคว้ากล้องคู่ใจตัวโปรด ออกมาค้นหาภาพประทับใจในทริปสุดพิเศษ ‘Happy Journey with BEM’ ทริปที่ 4 สถานีหัวลำโพง ‘Street Photo Walk’ โครงการดีๆ จาก บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ร่วมกับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่พร้อมจัดเต็มความสุข กระตุ้นการท่องเที่ยวให้ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ด้วย 5 ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ  โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ตลอดปี 2565 

ครั้งนี้ ‘Happy Journey with BEM’ ชวนทุกคนมาเปิดประสบการณ์ใหม่กับเวิร์กช็อป ‘Street Photo Walk’ ท่องย่านเก่ามากเรื่องราวอย่าง หัวลำโพง ถนนไมตรีจิตต์ และซอยนานา พาทุกคนลัดเลาะกดชัตเตอร์บันทึกช่วงเวลาแห่งความสุข ชวนไปตกหลุมรักตึกรามบ้านช่องในอดีต ที่ยังคงกลิ่นอายประวัติศาสตร์และวิถีชีวิต ร่วมกับสเปเชียลเกสต์มากความสามารถอย่าง ‘พิชัย แก้ววิชิต’ ช่างภาพชื่อดังแนวมินิมอล และภาพแนวสตรีท ที่มีผู้ติดตามในอินสตาแกรมแล้วกว่า 80,000 คน ที่จะมาเผยทุกเคล็ดลับการสร้างสรรค์ผลงานอย่างใกล้ชิด

ไฮไลต์แรกในทริปนี้อยู่ห่างจากสถานีหัวลำโพงไม่ไกลนัก บริเวณเชิงสะพานเจริญสวัสดิ์ข้ามคลองผดุงกรุงเกษม มีอาคารพาณิชย์เก่าแก่เกือบร้อยปีหลังหนึ่ง ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่หัวมุมถนน ดึงดูดทุกสายตาที่เคลื่อนผ่าน จนกลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของย่านนี้ไปโดยปริยาย

Advertisement

กาลเวลาพัดพาให้ตึกแห่งนี้ปรับเปลี่ยนการใช้งานกลายเป็นร้านคาเฟ่นั่งชิลล์ บรรยากาศดีๆ ที่ชั้นดาดฟ้ามีวิวกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนแบบ 180 องศา ที่พร้อมเปิดประตูรับผู้คนอยู่เสมอ

แม้จะไม่ทราบประวัติความเป็นมาของอาคารแห่งนี้แน่ชัด แต่เพียงแหงนมองขึ้นไปด้านบนของอาคาร ก็จะเห็นแผ่นป้ายที่เขียนถึง พ.ศ. 2472 ซึ่งน่าจะเป็นปีก่อสร้าง แสดงให้เห็นถึงการถือกำเนิดขึ้นของอาคารช่วงสมัยรัชกาลที่ 7 

ถึงจะมีการรีโนเวทใหม่ราว 30 ปีก่อน แต่ต้องยอมรับเลยว่าอาคารเก่าเหล่านี้ยังคงโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ผสานเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว ช่องหน้าต่างที่เรียงรายเผยให้เห็นความน่าค้นหาภายใน เสาระเบียงที่วางตัวอย่างเป็นระเบียบ สะท้อนความประณีตของผู้สร้าง และยังคงเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีตผ่านโครงสร้างสถาปัตยกรรม 

เดินเข้าสู่ถนนไมตรีจิตต์อีกสักนิด ก็จะพบไฮไลต์ตึกเก่าสไตล์โคโลเนียลมากประวัติศาสตร์ ตั้งสวยตระหง่านมาร่วมศตวรรษ เป็นอีกจุดที่ใครผ่านไปมาก็มักเก็บภาพสวยๆ เสมอ 

ก่อนจะมาเป็นโรงแรมสุดชิค เดิมทีอาคารแห่งนี้เริ่มต้นจากการเป็นกิจการคลินิกรักษาคนไข้ ‘ชื่อฮัทไกว’ ของ Dr. Oh Kyo Shiu สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2473 ช่วงเวลานั้นที่นี่นับเป็นคลีนิกที่มีความทันสมัยอยู่มากในเขตพระนคร เพราะมีการจำหน่ายยาจีน ยาแผนปัจจุบัน รวมถึงมีห้องตรวจที่แบ่งแยกเป็นสัดเป็นส่วนชัดเจน 

เมื่อถึงยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง ตึกนี้ก็ได้ผลัดเปลี่ยนหน้าที่มาสู่กิจการธนาคาร Bank of China ซึ่งยังคงมีร่องรอยประตูตู้เซฟให้เห็นภายในอาคารจนถึงปัจจุบัน แต่เป็นธนาคารได้ไม่นานนัก ก็เปลี่ยนเข้าสู่กิจการอาบอบนวด กินเวลายาวนานกว่า 60 ปี 

กระทั่งไม่กี่ปีก่อน ตึกสวยแห่งนี้ก็ได้รับการชุบชีวิตรีโนเวตให้เห็นความงามอย่างเด่นชัด โดยยังคงร่องรอยแห่งอดีตไว้ และซ่อมแซมส่วนที่ผุพังให้ใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด จนกลายเป็นโรงแรมและร้านคาเฟ่สุดหรูสไตล์วินเทจที่โด่งดัง ในชื่อ ‘The Mustang Blu’ 

ถัดจากถนนไมตรีจิตต์ มีซอยเล็กๆ ที่เปรียบดั่งซอยเพื่อนบ้านเยาวราช ที่เคยคึกคักแน่นขนัดไปด้วยกิจการค้าขายยาจีนในนาม ตรอกซินแซโกยที่กลิ่นหอมสมุนไพรตลบอบอวลเหนือพื้นที่อยู่เสมอ ก่อนจะผลัดใบภาพลักษณ์สู่ย่านสุดชิคของคนรุ่นใหม่ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการกินดื่ม และเสพงานศิลป์ ที่แห่งนี้มีชื่อว่าซอยนานา

แม้ซอยนานาจะเป็นซอยเล็กๆ แต่ความเจริญรุ่งเรืองของตรอกแห่งนี้ไม่อาจลบเลือน วิถีชีวิตดั้งเดิมของผู้คนยังคงดำเนินต่อไป กิจการค้าขายยาจีนที่เคยรุ่งเรือง ยังคงหลงเหลือให้เราได้กลิ่นและสัมผัส ตึกแถวเก่าที่สร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 7 ยังคงเปิดหน้าต่างบานเฟี้ยมออกมารับแสงธรรมชาติอยู่ทุกวี่วัน 

แต่ความน่าสนใจของตรอกนี้ ไม่ได้มีเพียงกิจการเก่าแก่ที่หลงเหลือ เพราะนอกจากกลิ่นสมุนไพรจีนที่ชวนผ่อนคลาย เรายังได้กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟและขนมปังอบใหม่ เคล้าเสียงเพลงสากลเพราะๆ ลอยออกมาเป็นระยะจากประตูของร้านคาเฟ่ที่แทรกตัวอยู่ในตึกเก่า แลดูเป็นมิตรกับธรรมชาติและคนรุ่นใหม่อย่างน่าสนใจ

‘Wallflowers’ นับเป็นหนึ่งในตัวอย่างกิจการที่คนรุ่นใหม่หันมาเห็นคุณค่า พัฒนาย่านเก่า และผสานไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เข้ากับพื้นที่เดิมได้อย่างแยบยล หยิบจับเสน่ห์ความเก่าของตึกแถวในยุครัชกาลที่ 7 ที่เราสังเกตได้จากหน้าต่างแบบโบราณที่ชั้นสอง ช่องลมเหนือประตูหน้าต่างที่ปัจจุบันหลายคนเคยมองว่าทรุดโทรมเก่าแก่ นำมาสร้างเรื่องราวใหม่ เติมแต่งความมีชีวิตชีวาให้อาคารด้วยต้นไม้นานาพรรณสีเขียวขจี กลายเป็นจุดขายที่น่าสนใจ จิบกาแฟไป ชื่นชมความงามของดอกไม้รอบตัวไป ก็ทำให้ช่วงเวลานั้นมีความสุขขึ้นมาได้มากทีเดียว 

แม้ระหว่างถนนไมตรีจิตต์ถึงตรอกเล็กๆ อย่างซอยนานาจะเป็นระยะทางสั้นๆ แต่กลับอัดแน่นด้วยเรื่องราวและวิถีชีวิตของผู้คนที่น่าสนใจ ซึ่งสถานที่ทั้งหมดที่เล่ามาข้างต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของไฮไลต์ที่น่าสนใจในการร่วมเดินทางครั้งนี้เท่านั้น 

เชื่อได้เลยว่าในกิจกรรม ‘Street Photo Walk’ ยังมีไฮไลต์เด็ดอีกมากมาย ที่คุณพิชัยจะเผยให้เห็น และพาไปเปิดมุมมอง ให้การท่องเที่ยวและการถ่ายภาพในทริปนี้เต็มไปด้วยความประทับใจ เก็บไว้ในภาพถ่ายให้เราได้คิดถึงเสมอ 

ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ ‘Happy Journey with BEM’ ขอกระซิบเพิ่มเติมว่า นอกจากเวิร์กช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟแล้ว ทริปนี้ยังมีเซอร์ไพรส์สุดพิเศษ!! มายกระดับความสนุกให้มากขึ้น โอกาสดีๆ แบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ ดังนั้นห้ามพลาด!! 

ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ ‘Happy Journey with BEM’ ในทริป ‘Street Photo Walk ’ สามารถติดตามรายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก MRT Bangkok Metro  หรือ https://bit.ly/3er39bW