‘Happy Journey with BEM’ ชวนท่องกาลเวลา เยี่ยมชม ‘พระราชวังเดิม’ ที่ประทับพระเจ้าตาก สู่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์กรุงธนบุรี

เข้าช่วงปลายปี อากาศกำลังสบายๆ อย่างนี้ หากใครยังไม่มีแผนไปเที่ยวที่ไหน ‘Happy Journey with BEM’ ขอชวนทุกคนย้อนเวลา ออกท่องไปในโลกประวัติศาสตร์ นั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปเมื่อ 200 กว่าปีก่อน ออกเดินทางท่องเที่ยวไปด้วยกันแบบฟรีๆ ในทริป ‘ตามรอยพระเจ้าตากสิน เที่ยวฝั่งธน ยลฝั่งพระนคร’ วันที่ 9 ธันวาคมนี้ โดยมีหนึ่งในจุดหมายปลายทางอยู่ที่ พระราชวังเดิม หรือ พระราชวังพระเจ้ากรุงธนบุรี ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้า MRT สถานีอิสรภาพ 

พระราชวังเดิมเป็นโบราณสถานสำคัญในประวัติศาสตร์ เนื่องด้วยเป็นพระราชวังหลวงใน สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผู้สถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานี ทั้งยังเป็นสถานที่พระราชสมภพของกษัตริย์หลายพระองค์ ทั้ง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมถึงเป็นสถานที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์ เนื่องจากเป็นวังที่มีป้อมปราการขนาดใหญ่ สามารถช่วยรักษาพระนครและป้องกันข้าศึกจากทิศตะวันตกได้ ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้เป็นที่ตั้งของกองทัพเรือ

ปัจจุบัน พระราชวังเดิมเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ภายใต้การดูแลของมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม ภายในมีโบราณสถานที่น่าสนใจมากมาย เช่น ท้องพระโรง ป้อมวิไชยประสิทธิ์ ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์สวยงามมาก จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนได้มาเห็นกับตาตัวเองสักครั้งหนึ่ง

อาคารเก๋งหลังใหญ่ (เก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ)

อาคารเก๋งหลังใหญ่ สถานที่ประทับของสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ

Advertisement

เริ่มด้วยอาคารเก๋งหลังใหญ่ เป็นอาคารปูนหลังสีขาวชั้นเดียวแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมตะวันตก โดยช่วงต้นรัตนโกสินทร์ สมัยพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้นทรงดำรงพระยศเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ทรงเคยประทับที่อาคารเก๋งหลังใหญ่ จึงเรียกเก๋งหลังนี้ว่า เก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

และเนื่องจากพระองค์ทรงเป็นผู้บัญชาการทหารเรือคนแรก รวมถึงเป็นผู้คิดตำราปืนใหญ่ของไทย ทำให้ด้านหน้าของเก๋งหลังนี้มีปืนใหญ่ตั้งอยู่ เป็นปืนใหญ่แบบเดียวกับที่ติดตั้งอยู่บนเรือรบ ทั้งนี้ในสมัยที่พระราชวังเดิมกลายเป็นโรงเรียนนายเรือ ปืนใหญ่กระบอกนี้ได้เป็นเครื่องมือใช้ฝึกเหล่านักเรียน ให้ลองใช้ฝึกให้คล่องมือ ก่อนไปใช้ปืนใหญ่จริงๆ บนเรือ

อาคารเก๋งจีนคู่หลังเล็ก

อาคารเก๋งจีนคู่หลังเล็ก สถานที่บรรทมพระเจ้าตาก  

ส่วนอาคารเก๋งจีนคู่หลังเล็ก สร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี กล่าวกันว่า อาคารด้านในเป็นที่บรรทมของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตัวอาคารออกแบบสไตล์จีน ทั้งยังมีลวดลายบนหน้าจั่วที่น่าสนใจ คือ มีรูปค้างคาวกับเหรียญอยู่ ซึ่งตามคติจีนค้างคาวเป็นสัตว์นำโชคตัวหนึ่ง เพราะเป็นชื่อที่พ้องเสียงกับคำมงคลในภาษาจีน 

ต่อมาในช่วงปี 2367-2394 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้ปรับปรุงซ่อมแซมเก๋งคู่หลังนี้ พร้อมกับสร้างอาคารเก๋งหลังใหญ่ ซึ่งได้ออกแบบผสมศิลปะไทยเข้าไปด้วย

ปัจจุบัน ภายในอาคารเก๋งจีนคู่หลังเล็กจัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านการรบของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมถึงจัดแสดงอาวุธโบราณชนิดต่างๆ เช่น ดาบ ง้าว ปืน หอก แผนที่การศึกสำคัญในสมัยกรุงธนบุรี ภาพจิตรกรรมเหตุการณ์ออกรบที่สำคัญ และโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบ เช่น ถ้วย ไห ชาม เป็นต้น

ท้องพระโรง

ท้องพระโรง ฐานบัญชาการสำคัญยุคกรุงธนบุรี

ท้องพระโรงเป็นโบราณสถานที่สร้างมาพร้อมกับพระราชวังเดิม มีอายุกว่า 250 ปี ซึ่งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงใช้ท้องพระโรงเป็นสถานที่สําหรับประกอบกิจการทั้งปวง อาทิ พื้นที่ว่าราชการ บัญชาการชี้เป็นชี้ตายในการวางแผนต่อสู้ข้าศึก รวมถึงการสร้างบ้านเมืองให้มั่นคง

ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว ในระยะเวลาที่สร้างพระราชวังใหม่ทางฝั่งพระนคร พระองค์ยังทรงประทับ ณ พระราชวังนี้ประมาณ 2 เดือนเศษ และเสด็จออกว่าราชการภายในท้องพระโรงแห่งนี้ 

ลักษณะของท้องพระโรงเป็นรูปแบบไทยประเพณี เป็นสถาปัตยกรรมไทยสีขาวหลังใหญ่ หลังคามุงกระเบื้อง ประดับด้วยช่อฟ้าและรวยระกา ภายในเป็นท้องพระโรงแบบโถง ลักษณะเดียวกับท้องพระโรงของพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย และพระที่นั่งไพศาลทักษิณ 

ภายในท้องพระโรง ประกอบด้วยพระที่นั่งสองพระองค์เชื่อมต่อกัน คือ พระที่นั่งฝั่งทิศเหนือ เรียกว่า ท้องพระโรง หรือ พระวินิจฉัย ใช้เป็นที่ว่าราชการในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ปัจจุบันใช้เป็นที่จัดงานและประกอบพระราชพิธีสำคัญ ส่วนพระที่นั่งฝั่งทิศใต้ เรียกว่า พระที่นั่งขวาง เป็นมณเฑียรที่ประทับส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์ ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นห้องรับรองและห้องประชุม รวมถึงจัดแสดงแบบจำลองเรือในพระราชพิธีต่างๆ อีกด้วย

ระฆังจีน

ระฆังจีน โบราณวัตถุที่ตกทอดจากวัดหงส์รัตนาราม สู่พระราชวังเดิม

ภายในท้องพระโรงยังมีโบราณวัตถุที่ตั้งเด่นเป็นสง่า คือ ระฆังจีนใบใหญ่ มีเอกลักษณ์ที่หูแขวนระฆังทําเป็นรูปมังกรคาบแก้วแบบจีนมี 2 หัว ตัวติดกัน ขามังกร 4 ขา จับตัวระฆัง 4 มุม และที่กลางตัวมังกรมีห่วงใส่ไว้สําหรับแขวนระฆัง 

ระฆังใบนี้ พระรัตนมุนี เจ้าอาวาสวัดหงสาราม (ปัจจุบันเรียกว่า วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร) ถวายสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงนครราชสีมา ผู้สําเร็จราชการกระทรวงทหารเรือ พร้อมกับพระแท่นเจ้าตาก 1 แท่น บุษบก (ชํารุด) 1 หลัง เพื่อเป็นของสําหรับพระราชวังเดิม โดยมีพระยาดํารงราชพลขันธ์ (คอน บุนนาค) ปลัดทูลฉลองกระทรวงทหารเรือ เป็นผู้นําเรือเล็ก และทหารไปรับมาจากวัดหงส์รัตนาราม เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2467

    ระฆังจีนใบใหญ่แขวนอยู่บนฐานแขวนระฆัง ซึ่งกรมยุทธโยธาทหารเรือ จัดทําขึ้นตามพระประสงค์ของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงนครราชสีมา โดยตัวฐานระฆังเป็นแบบไทย เสากลม ตั้งอยู่บนฐานไม้ ทั้งสองข้างที่หัวเสาแกะปั้นเป็นรูปบัวหงาย โคนเสามีหูช้างขนาบข้างสองด้าน ที่ใบหูช้างแกะเป็นลายไทย บนหัวเสาทั้งสองเป็นพญานาค 2 ตัว พาดเกาะไว้กับหัวเสาตัวละข้าง ชูเศียรสู่ฟ้าอย่างสง่างาม และพาดหางมาบรรจบกันที่จุดศูนย์กลางสําหรับแขวนระฆังพอดี 

ตัวฐานระฆังจัดทําขึ้นหลังจากที่ได้ระฆังมาแล้ว สันนิษฐานว่าผู้จัดทำคงมีความตั้งใจจะเปรียบเทียบศิลปะไทยกับจีน เพราะที่หูระฆังจีนทําเป็นรูปมังกร ซึ่งเป็นสัตว์ที่ชาวจีนนับถือ ดังนั้น ที่แขวนระฆังจึงทําเป็นรูปพญานาคไทยอยู่ในลักษณะเดียวกัน ซึ่งเป็นสัตว์ที่คนไทยยกย่อง นับว่าเข้ากันได้อย่างกลมกลืนเลยทีเดียว

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน

‘ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน’ มหาราชแห่งกรุงธนบุรี 

    ถัดมาเป็นศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นอาคารหลังใหญ่สีขาว รูปอาคารเป็นแบบไทยประเพณีผสมรูปแบบตะวันตก แต่ภายในมีการตกแต่งแบบจีน โดยปีกขวาเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ขนาดเท่าพระองค์จริง ประทับยืนทรงพระแสงดาบ ส่วนปีกซ้ายเป็นโต๊ะวางพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พร้อมด้วยเครื่องราชศิราภรณ์ พระมาลา และดาบเครื่องทรง เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและไหว้สักการะ

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือ ‘ศาลเจ้าตาก’ มีมาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี แต่เป็นเพียงศาลพระภูมิประจําพระราชวังเท่านั้น สันนิษฐานว่า พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงก่อสร้างและซ่อมแซมสถานที่ต่างๆ ในบริเวณพระราชวังเดิม ซึ่งอาจมีการปรับปรุงซ่อมแซมศาลเจ้าตากอยู่ด้วย เพราะพระองค์เสด็จประทับที่พระราชวังเดิมเป็นเวลานานถึง 27 ปี และพระองค์ทรงทราบดีว่าพระราชวังเดิม คือ ที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

จากสําเนาพระราชหัตถเลขา รัชกาลที่ 5 ถึงพระยาชลยุทธโยธินทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ก็ปรากฏความ เรียกว่า ‘ศาลเจ้าตาก’ แล้ว ฉะนั้น ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช คงมีมาแล้วก่อนรัชกาลที่ 5 แน่นอน

ป้อมวิไชยเยนทร์

‘ป้อมวิไชยเยนทร์’ ที่ ‘ฟอลคอน’ กราบทูลให้พระนารายณ์สร้าง 

สถานที่สำคัญสุดท้าย เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักที่นี่เป็นอย่างดี จากละครยอดฮิตบุพเพสันนิวาส นั่นคือ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ หรือป้อมวิไชยเยนทร์ เป็นป้อมสำคัญที่ใช้ป้องกันข้าศึกริมแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยมีเจ้าพระยาวิไชเยนทร์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ คอนสแตนติน ฟอลคอน เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง             

เจ้าพระยาวิไชเยนทร์ ได้กราบบังคมทูลพระนารายณ์ให้สร้างป้อมแห่งนี้ เพื่อป้องกันเรือรบของฮอลันดา ต่อมาหลังจากพระเจ้าตากกอบกู้เอกราชได้สำเร็จ จึงมีการสร้างพระราชวังหลวงบริเวณป้อม พร้อมสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานี แต่น่าเสียดายที่ป้อมวิไชยประสิทธิ์ ฝั่งตะวันออก ถูกรื้อทำลายทันทีหลังสร้างเสร็จไม่นาน ด้วยเหตุที่ป้อมมีขนาดใหญ่เกินกำลังที่จะรักษาไว้จึงต้องรื้อถอน เพื่อไม่ให้ข้าศึกใช้ประโยชน์ได้ ทำให้หลงเหลือเพียงป้อมฝั่งตะวันตกเท่านั้น 

บริเวณจุดนี้ยังสามารถเดินชม พร้อมถ่ายรูปกับปืนใหญ่หน้าป้อมได้อีกด้วย คงถูกใจหลายคนเป็นแน่ แถมบริเวณนี้ยังเห็นบรรยากาศมุมกว้างของแม่น้ำเจ้าพระยา เห็นการสัญจรของเรือโดยสารต่างๆ ที่แล่นผ่านป้อมวิไชยประสิทธิ์ ซึ่งมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อพระราชวังเดิมเปี่ยมด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ น่าเข้าชมเพื่อศึกษาเรียนรู้ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ร่วมกับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  จึงจัดโครงการ ‘Happy Journey with BEM’ ทริปที่ 5 สถานีอิสรภาพ ‘ตามรอยพระเจ้าตากสิน เที่ยวฝั่งธน ยลฝั่งพระนคร’ ในวันที่ 9 ธันวาคม 2565  ตั้งแต่เวลา 12.30 – 17.30 น. งานนี้ฟรีตลอดทริป!!

ชวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT เข้าชมพระราชวังเดิม ที่ปกติการเข้าออกในพื้นที่ทำได้ไม่ง่ายนัก พร้อมพาทุกคนไปย้อนรอยประวัติศาสตร์สมัยกรุงธนบุรี ฟังเรื่องเล่าและเกร็ดความรู้จาก คุณปรามินทร์ เครือทอง นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ เจ้าของผลงาน พระเจ้าตากเบื้องต้น, ปริศนาพระเจ้าตากฯ,  ชำแหละแผนยึดกรุงธนบุรี และ กบฏเจ้าฟ้าเหม็น 

ไม่เพียงเท่านั้น! ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้เดินทอดน่องค้นหาความเชื่อมโยงของ ‘พระเจ้าตากสิน’ กับอีก 2 สถานที่สำคัญฝั่งธนบุรี ได้แก่ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง) และวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ซึ่งมีความเกี่ยวข้องนับตั้งแต่ก่อตั้งกรุงธนบุรี จนถึงช่วงกรุงรัตนโกสินทร์

โอกาสดีๆ แบบนี้ไม่ควรพลาด! ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ ‘Happy Journey with BEM’ สถานีอิสรภาพ ‘ตามรอยพระเจ้าตากสิน เที่ยวฝั่งธน ยลฝั่งพระนคร’ สามารถติดตามรายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก MRT Bangkok Metro หรือ http://bitly.ws/wHB7

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image