นั่งเรือข้ามฟาก สัมผัสสายลมเบาๆ ที่พัดผ่านตัวเราก็เข้าที แต่ถ้าไม่สะดวกนั่งเรือแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำการเดินทางไปเที่ยวแลนด์มาร์กยอดฮิตของไทยที่ดังไกลทั่วโลก อย่าง วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร อีกเส้นทางหนึ่ง นั่นก็คือ การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT ที่ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นมาพบกับฝั่งธนบุรี ที่สถานีอิสรภาพ ใช้ทางออกที่ 2 เดินเพลินๆ ต่ออีกนิดหนึ่งก็จะถึงที่หมาย
เพื่อให้การชมความงามของวัดอรุณฯ ได้อรรถรสมากขึ้น เราขอชวนทุกคนมาดื่มด่ำไปกับ 5 เรื่องราวของ ‘วัดอรุณฯ’ วัดโบราณที่เต็มไปด้วยร่องรอยและเรื่องราวประวัติศาสตร์หลายร้อยปี

- ก่อนชื่อวัดอรุณฯ เดิมนั้นคือ ‘วัดแจ้ง’
ก่อนที่เราจะคุ้นชินกับชื่อวัดอรุณฯ เดิมวัดนี้มีชื่อว่า ‘วัดมะกอก’ เป็นวัดโบราณที่สร้างขึ้นในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา เล่าสืบต่อกันมาว่า ราว พ.ศ. 2310 เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทำศึกเสร็จ และได้ยกทัพกลับมาถึงหน้าวัดมะกอกตอนรุ่งอรุณหรือรุ่งแจ้งพอดี จึงพระราชทานชื่อใหม่ว่า ‘วัดแจ้ง’
แต่ในความเป็นจริง วัดแจ้งนั้นเคยปรากฏชื่อในเพลงยาวหม่อมภิมเสน เป็นวรรณกรรมสมัยอยุธยาที่บรรยายการเดินทางจากอยุธยาไปยังเพชรบุรี สันนิษฐานว่าแต่งขึ้นระหว่างปี 2301-2310 ฉะนั้นที่มาของชื่อวัดแจ้ง ฉบับที่พระเจ้าตากสินทรงตั้ง จึงเป็นอันตกไป
ต่อมา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งทรงโปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดแจ้ง ตั้งแต่ครั้งพระองค์ดำรงอยู่ในที่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศรสุนทร ได้พระราชทานนามใหม่ว่า ‘วัดอรุณราชธาราม’ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนามวัดใหม่ว่า ‘วัดอรุณราชวราราม’ ดังที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน

- ‘กระถางวัดอรุณฯ’ ศิลปะสุดประณีตจากดีไซเนอร์รุ่นใหม่
ในวัดอรุณฯ นอกจากความงามของพระปรางค์ พระอุโบสถ หรือพระวิหารหลวงแล้ว หากสังเกตจะพบกับงานศิลปะอีกอย่างหนึ่งที่ตั้งเรียงรายอยู่รอบวัด งานศิลปะชิ้นนั้นก็คือ กระถางต้นไม้เซรามิก
กระถางเซรามิกที่ดูกลมกลืนไปกับสถาปัตยกรรมโดยรวมของวัด เป็นผลงานของ โม จิรชัยสกุล ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ผู้หลงใหลงานเซเรมิกเป็นชีวิตจิตใจ ที่ได้มีโอกาสเข้ามาเติมสีสันให้สถานที่แห่งนี้มีชีวิตชีวามากขึ้น เนื่องในวาระที่วัดอรุณฯ ครบรอบ 200 ปี
คราวหน้าถ้าได้ไปเที่ยววัดอรุณฯ การพาตัวเองไปถ่ายรูปคู่กับผลงานศิลปะชิ้นนี้ไว้เป็นที่ระลึก ก็เก๋ดีไม่หยอก

- ‘สหัสเดชะ’ ยักษ์ตัวขาวที่มักถูกลืม
มาสคอตของวัดอรุณฯ คงหนีไม่พ้น ‘ยักษ์วัดแจ้ง’ คู่ปรับตลอดกาลของ ‘ยักษ์วัดโพธิ์’ ที่ยืนจังก้าอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา
ยักษ์วัดแจ้ง คือ พญายักษ์ 2 ตน ที่ยืนเฝ้าซุ้มประตูยอดมงกุฎตรงหน้าพระอุโบสถ แต่คนส่วนใหญ่มักรู้จักแต่ ทศกัณฐ์ เพราะฉะนั้นเรามาทำความรู้จักกับ ‘สหัสเดชะ’ ให้มากขึ้นกันดีกว่า
สหัสเดชะ เป็นยักษ์ตัวขาว ร่างกายสูงใหญ่ มีกระบองที่มีพลังสามารถชี้เป็นชี้ตายได้ มีฤทธิ์อำนาจเยอะ ถึงขั้นที่หากข้าศึกศัตรูเห็นกาย ก็ต้องพากันหนีหายไปด้วยความกลัว สหัสเดชะมีบทบาทสำคัญในสงครามรามเกียรติ์ ในฐานะกำลังสำคัญที่ช่วยทศกัณฐ์รบกับพระราม แต่ด้วยความชะล่าใจ ทำให้สหัสเดชะถูกหนุมานใช้กลอุบายแปลงเป็นลิงน้อย หลอกเอากระบองวิเศษมาหักทิ้ง และถูกฆ่าตายในที่สุด

- ‘ต้นมะขามคู่’ ที่มีอายุกว่า 160 ปี
ขยับมาอีกหน่อยไม่ไกลจากยักษ์ 2 ตน เราจะเห็น ‘ต้นมะขามคู่’ ความพิเศษอาจไม่ได้อยู่ที่รูปทรงแปลกตา แต่อยู่ที่มีอายุกว่า 160 ปี โดยนักวิชาการพบหลักฐานเป็นภาพวาดต้นมะขามนี้จากบันทึก ‘การเดินทางในไทยกัมพูชาและลาว 1858 – 1860’ ของ อ็องรี มูโอต์ นักสำรวจและนักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศส บวกกับภาพถ่ายใน พ.ศ. 2410 ที่แสดงให้เห็นว่าต้นมะขามฝั่งทศกัณฐ์มีมาก่อน พ.ศ. 2401 ส่วนต้นฝั่งสหัสเดชะ ว่ากันว่าอาจปลูกขึ้นภายหลัง แต่ไม่ว่าต้นไหนจะเกิดก่อนหลัง ก็นับว่าทั้งคู่เป็นสมบัติล้ำค่าไม่แพ้สถาปัตยกรรมอื่นๆ ในวัดเลย

- พระปรางค์วัดอรุณฯ บนเหรียญกษาปณ์ไทย
รู้หรือไม่ เหรียญกษาปณ์ที่เราใช้จับจ่ายกันทุกวัน หลังเหรียญเหล่านั้นมี ‘วัด’ ซ่อนอยู่ เช่น เหรียญ 25 สตางค์ เป็นพระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร, เหรียญ 50 สตางค์ เป็นพระธาตุ วัดพระธาตุดอยสุเทพ, เหรียญ 1 บาท เป็นพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, เหรียญ 2 บาท เป็นพระบรมบรรพต วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, เหรียญ 5 บาท เป็นพระอุโบสถ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ราชวรวิหาร และ เหรียญ 10 บาท เป็นพระปรางค์ วัดอรุณฯ หรือวัดแจ้งนี่เอง

เที่ยววัดอรุณฯ เพลินๆ กับ ‘Happy Journey with BEM’
อยากเที่ยววัดอรุณฯ แบบฟินๆ และอินไปกับเรื่องราวประวัติศาสตร์มากขึ้น เราขอแนะนำ ‘Happy Journey with BEM’ โปรเจกต์ใหญ่แห่งปี ที่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ร่วมกับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดขึ้น ชวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT เที่ยวตามเส้นทางรถไฟฟ้า MRT 5 สถานี ตลอดปี 2565 แบบฟรีๆ ในรูปแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ทริป!
หลังผ่านไปแล้วกับทริปสถานีวัดมังกร, สถานีสนามไชย, สถานีสามย่าน และสถานีหัวลำโพง ก็มาถึง ทริปที่ 5 สถานีอิสรภาพ ‘ตามรอยพระเจ้าตากสิน เที่ยวฝั่งธน ยลฝั่งพระนคร’ ในวันที่ 9 ธันวาคม 2565 งานนี้ฟรีตลอดทริป!
ชวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT เข้าชมพระราชวังเดิม ที่ปกติการเข้าออกในพื้นที่ทำได้ไม่ง่ายนัก พร้อมพาทุกคนไปย้อนรอยประวัติศาสตร์สมัยกรุงธนบุรี ฟังเรื่องเล่าและเกร็ดความรู้จาก คุณปรามินทร์ เครือทอง นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญสมัยกรุงธนบุรีและพระเจ้าตากสิน ร่วมเดินทอดน่องค้นหาความเชื่อมโยงของ ‘พระเจ้าตากสิน’ กับอีก 2 สถานที่สำคัญฝั่งธนบุรี ได้แก่ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง) และวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร
โอกาสดีๆ แถมยังเป็นช่วงปลายปี อากาศดีๆ เราไม่อยากให้ทุกคนพลาด! สมัครเข้าร่วมโครงการ ‘Happy Journey with BEM’ ทริปที่ 5 สถานีอิสรภาพ ‘ตามรอยพระเจ้าตากสิน เที่ยวฝั่งธน ยลฝั่งพระนคร’ กันได้เลยที่ เฟซบุ๊ก MRT Bangkok Metro หรือ http://bitly.ws/wHB7

