‘Art Diary บันทึกเรื่องราวผ่านภาพวาด’ กับ ByBambam ศิลปินมาแรงแห่งยุค

1.09.23 | 10:32 น.

‘อยากเป็นศิลปิน’ หนึ่งในความฝันอันแรงกล้าของ สุชญา ทองรมย์ หรือ ByBambam จากเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่รู้ตัวอย่างแน่ชัดและมุ่งมั่นฝึกฝนฝีมือมาโดยตลอดตั้งแต่จำความได้ เธอผ่านเรื่องราวในชีวิต ทั้งดิสเล็กเซีย และโรคซึมเศร้า มาด้วยสิ่งที่อยู่ข้างกายเธอมาโดยตลอด ที่เป็นทั้งเพื่อนและโลกทั้งใบให้เธอ สิ่งนั้นคือ ‘ศิลปะ’ 

เป็นเหตุให้ในวัย 23 ปี เธอได้ขึ้นแท่นศิลปินน้องใหม่มาแรงด้วยลายเส้นเฉพาะตัว จนประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว การันตีด้วยผลงานระดับโกอินเตอร์ จัดแสดงนิทรรศการไกลถึงอังกฤษและเกาหลี และบทบาทล่าสุดกับการเป็นศิลปินประจำ Metro Art ซีรีส์ 3 ที่จะเข้ามาเปลี่ยนการเดินทางของผู้คน ให้มีความหมายและเชื่อมโยงชีวิตเข้ากับศิลปะมากขึ้น 

นี่คือเรื่องราวเบื้องหลังและมุมมองของคนที่รู้ตัวเองมาตลอดว่าเธอตกหลุมรักศิลปะ และพร้อมถวายแรงกายแรงใจเพื่อให้ได้ก้าวสู่การเป็น ‘ศิลปิน’ 

‘ศิลปะ’ ตั้งแต่จำความได้

เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยมักคิดว่าตัวเองเป็นคนที่เรียนหนังสือไม่เก่ง แบมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ย้อนกลับไปวัยเด็ก แบมตัวน้อยไร้เดียงสา เธอเป็นเด็กสาวผู้ชื่นชอบศิลปะตั้งแต่จำความได้ ผู้อยู่ว่างต้องเป็นอันขีดๆ เขียนๆ สิ่งต่างๆ รอบตัว ชนิดที่ว่านอกจากของเล่นรอบตัว ก็คงเป็นดินสอสีหรือสีเทียนที่อยู่ในมือไม่ห่าง

Advertisement

เธอเริ่มเล่าให้ฟังอย่างเปิดอกว่า จริงๆ แล้วเธอเป็น ดิสเล็กเซีย (Dyslexia) เรียกง่ายๆ ว่ามีภาวะความผิดปกติทางด้านการอ่าน และการเรียนรู้ภาษาตั้งแต่เด็ก ทำให้ไม่สามารถอ่านเขียนคล่องเท่ากับเด็กวัยใกล้เคียงกัน แม้ฟังดูจะเป็นเรื่องที่ดูร้ายแรง แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นขวากหนามให้เธอหยุดพยายามในการเรียนรู้โลกใบใหญ่ผ่านสิ่งที่เรียกว่า ‘ศิลปะ’

และนับเป็นความโชคดีที่ครอบครัวของแบมเข้าใจและสนับสนุนมาโดยตลอด แม้จะเป็นคนที่เรียนไม่เก่ง แต่เธอกลับค้นพบพรสวรรค์อย่างการวาดรูป ที่มักจะโดนชมอยู่เสมอ จนเธอรู้สึกมั่นใจและภูมิใจในตัวเองมากขึ้น จากคำชมเล็กๆ โดยคนรอบข้างในวัยเด็กได้กลายเป็นดั่งปุ๋ยที่ค่อยๆ บ่มเพาะให้เธอเติบโตไปเป็นศิลปินในอนาคต 

เมื่อโตขึ้นจากความชื่นชอบขีดเขียน เธอได้ใช้ศิลปะในการจดบันทึก แทนการเขียนไดอารี่ เพื่อบันทึกเรื่องราวชีวิต เรื่องราวอารมณ์ความรู้สึกที่ได้พบเจอในแต่ละวัน สิ่งนี้เองทำให้ศิลปะไม่เคยห่างไกลออกจากเธอแม้แต่น้อยตั้งแต่เด็กจนโต 

“ตอนกำลังจะขึ้นมหาวิทยาลัย หนูค้นพบและพูดกับตัวเองมาโดยตลอดว่าเราอยากเป็น ‘ศิลปิน’ เพราะเราชอบศิลปะ เราชอบตัวเองเวลาจับพู่กัน ชอบเวลาได้เห็นสีเยอะๆ บนผ้าแคนวาส ชอบเวลาที่เราได้รับคำชมจากผู้อื่น และท้ายที่สุดจากความชอบสามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้  

ในวัยเด็ก คำว่าศิลปินมันช่างอยู่ห่างไกลจากหนูเหลือเกิน การเป็นศิลปินวาดภาพ มันเปรียบเหมือนการได้เป็นดาราในวงการศิลปะ แต่ตอนนี้พอเราได้มาเป็นศิลปินจริงๆ ก็รู้สึกภูมิใจ ที่เราทำตามความฝันได้สำเร็จ

ค้นพบ ByBambam

เส้นทางศิลปะของแบมเริ่มเด่นชัดขึ้นเมื่อได้เรียนสาขาวิชาวิจิตรศิลป์ เอกจิตรกรรม เพราะค้นพบแล้วว่าเป็นคนที่ชื่นชอบการวาดรูป Realistic หรือ ภาพวาดเสมือนจริง เธอรู้สึกสนุกกับการได้สังเกตดีเทลต่างๆ ของสิ่งของรอบตัวและวาดมันออกมาให้เหมือนที่สุด แต่เมื่อเวลาผ่านไปผนวกกับโลกทัศน์ที่กว้างขึ้น เธอได้ค้นพบตัวตนใหม่ที่สนุกและท้าทาย เมื่อครั้งเธอได้รับโจทย์ให้วาด Character Design จากวิชาหนึ่งในรั้วมหาวิทยาลัย 

“นั่งนึกอยู่นานว่าจะวาดอะไรดี แต่พอหันไปมองรอบข้างเห็นเพื่อนๆ ในเอกทุกคนล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นรอยสัก สีผม การแต่งตัว กลายเป็นแรงบันดาลใจทำให้หนูอยากวาดรูปคน” 

เมื่อค้นพบแล้วว่าต้องการวาดอะไร จึงเริ่มหยิบเอากระจกมาตั้งบริเวณโต๊ะทำงาน เงยหน้ามองตัวเธอเองในกระจก แม้เธอจะเห็นภาพเบื้องหน้ามาโดยตลอดชีวิต แต่เธอไม่อาจรู้เลยว่าการส่องกระจกครั้งนั้นได้เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล ดินสอในมือเริ่มขีดเขียนสเกตใบหน้าตัวเองอย่างเมามัน ลดทอนความเสมือนจริงให้กลายเป็นความสนุก 

เพราะเป็นภูมิแพ้ ผนวกกับนอนดึกทำงานเยอะทำให้มักมีรอยใต้ตาอยู่เสมอ เมื่อสังเกตจุดต่างๆ บนใบหน้าจนพบว่าตาและจมูกของเธอช่างเป็นเอกลักษณ์ ตัวละครของเธอจึงมีขีดสองขีดใต้ดวงตา จากจุดที่อาจทำให้ไม่มั่นใจได้กลายมาเป็น จุดเด่น ที่มาของคาแรคเตอร์ประจำตัวภายใต้ชื่อ ByBambam จนถึงทุกวันนี้ และค่อยๆ เพิ่มตัวละครเพื่อนๆ เข้ามา แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์การวาดตาแบบเดิมไว้อยู่ เพื่อสื่อถึงคาแรคเตอร์ดีไซน์เฉพาะตัว

งานชิ้นแรก ก้าวสำคัญสู่การเป็น ‘ศิลปิน’

แบมเล่าย้อนกลับไปสู่การขายผลงานศิลปะครั้งแรกให้ฟังว่า เกิดจากการที่เพื่อนๆ เริ่มชักชวนให้ลองไปขายงานศิลปะในกลุ่มเฟซบุ๊ก กลุ่มดังกล่าวมีเพื่อนๆ นักศึกษา และเหล่าศิลปินหน้าใหม่ได้เข้ามาโชว์ผลงานเพื่อเผยแพร่ผลงานให้คนทั่วโลกได้เห็น พร้อมจัดจำหน่ายไปในเวลาเดียวกัน เธอจึงไม่รีรอลองหยิบหนึ่งในคอลเลกชันที่เธอวาดสะสมไว้นำมาเสนอขายเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นภาพวาดสีอะคริลิกบนผ้าแคนวาสขนาด 120 เซนติเมตร 

ผลปรากฏว่ามีผู้สนใจงานเธอไม่น้อยเลยทีเดียว และขายได้อย่างรวดเร็ว ในราคา 15,000 บาท  แม้จะดูเป็นเงินจำนวนไม่เยอะมากในปัจจุบัน แต่สำหรับเธอที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย การที่ผลงานศิลปะที่เธอรัก และทำมาตั้งแต่เด็กสามารถขายได้จริงๆ นั้นทำให้เธอรู้สึกภูมิใจกับเงินก้อนแรก

“ผลงานชิ้นแรกเป็นภาพวาด ‘คาแรคเตอร์ดีไซน์’ ของผู้หญิงสองคนที่นั่งมองหน้ากัน แต่อีกคนอยู่ในกระจก เหมือนเป็นเราทั้งคู่ แต่มีบางส่วนที่แตกต่างกัน ซึ่งจะสื่อความหมายได้ว่า บางทีเราก็อาจจะชอบตัวเองหรือไม่ชอบตัวเองบ้างในมุมต่างๆ แต่สุดท้ายคนที่อยู่เบื้องหน้าก็คือตัวเราเอง”

เมื่ออ่านถึงตรงนี้คงจะพอเห็นแล้วว่าผลงานของเธอเป็นงานสไตล์ไหน แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ภายใต้ผลงานที่เต็มไปด้วยสีสันอันสดใส แต่หนึ่งสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ สีหน้าแววตาอมเศร้าอยู่เล็กๆ ที่ถูกห้อมล้อมด้วยความสดใส จากทั้งสีที่ใช้และบริบทโดยรอบ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ลายเส้นของแบมไปโดยปริยาย ซึ่งสิ่งนี้เองมาจากการที่เธอได้ปลดปล่อยตัวเอง บันทึกเรื่องราวออกมาผ่านลายเส้น ซึ่งไปกระทบใจและครองใจผู้ที่พบเห็นงานศิลปะของเธอ

“หลังจากมีคนที่ซื้องานเราชิ้นแรก เขาติดต่อเรามาอีกว่าเลยว่า นอกจากผลงานชิ้นนี้แล้วมีผลงานชิ้นอื่นๆ อีกไหม ซึ่งตอนนั้นเรามีผลงานทั้งหมด 4 ชิ้น เขาก็เลยขอเหมาไปหมดเลย

“ซึ่งหนูไปแอบถามเขาว่าทำไมเขาถึงเลือกซื้องานของเรา คำตอบที่ได้คือ ซื้อเผื่อดังในอนาคต  เพราะเขาเชื่อว่าหนูอาจจะดังได้ในวันหนึ่ง คำข้างต้นทำให้หนูตั้งใจทำงานมากขึ้น ไม่ทำให้ความตั้งใจที่เขาอยากซื้อผลงานของเราผิดหวัง”

ยกระดับสู่การจัดแสดงผลงานต่างประเทศ

หลังจากเริ่มเผยแพร่ผลงานของเธอให้คนอื่นเห็นมากขึ้นผ่านโซเชียลมีเดีย และขายงานได้อย่างสม่ำเสมอ จนเธอเริ่มมีแฟนคลับ จู่ๆ เธอก็ได้รับการติดต่อมากจากแกลเลอรี ชื่อ  Blue Wild Warehouse ย่านบางนา ให้ไปจัดแสดงผลงานเดี่ยวครั้งแรก ซึ่งเธอต้นเต้นมาก แต่ก็แอบสงสัยว่าติดต่อมาได้อย่างไร เห็นผลงานเธอจากที่ไหน แต่เมื่อสืบต้นสายปลายเหตุก็พบว่า มีหนึ่งในคนที่ชื่นชอบผลงานของเธอนำไปบอกต่อให้กับแกลเลอรี โดยที่เธอไม่รู้ตัว 

“ครั้งนั้นเป็นการจัดแสดงผลงานครั้งแรกของเรา รู้สึกเป็นกังวลหน่อยๆ เพราะเราเพึ่งเรียนจบมา ก็เลยรู้สึกว่าเรายังดีไม่พอรึเปล่า แต่ก็ทำด้วยความพยายามและมุ่งมั่น ผลปรากฏว่าผลงานที่เตรียมไป Sold out หมดภายในวันเดียว ซึ่งมันสร้างกำลังใจให้หนูอย่างมากในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไป”

ต่อมา เธอได้รับโอกาสครั้งใหญ่ กับการจัดแสดงผลงานที่ต่างประเทศอีกสองครั้ง ณ ประเทศอังกฤษ และประเทศเกาหลีใต้ ในระยะเวลาไม่นานนัก 

“พอได้เริ่มจัดนิทรรศการทำให้เราเริ่มมีฐานแฟนคลับเพิ่มขึ้น มีคนมาดูผลงานและเข้ามาคุยกับเรามากขึ้น เริ่มมีคนมาบอกเราเรื่อยๆ ว่า เวลาดูผลงานของเราเขารู้สึกว่า ไม่ได้เศร้าอยู่คนเดียว สิ่งที่เราเป็นไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับเรา หนูรู้สึกดีใจมากที่เขามาพูดกับหนู มันไม่ใช่แค่เราคนเดียวที่รู้สึกแบบนี้ยังมีคนอื่นที่รู้สึกแบบเราด้วย 

“หลายคนที่มาบอกหนูว่า เขาชื่นชอบความหมายของงานหนู เพราะงานหนูมันเกี่ยวกับการ์ตูนน่ารักที่มีสีสัน แต่หนูใช้ความเศร้าค่อยๆ ซึมลงไปในงานด้วย คือหนูเป็นโรคซึมเศร้าจึงอยากใส่ความเป็นซึมเศร้าของหนูไปในงาน แต่ไม่อยากให้ดูเศร้า และเปลี่ยนให้ดูสนุก”

บทบาทล่าสุดกับการเป็นศิลปิน Metro Art ซีรีส์ 3

หลังจากเดินสายจัดแสดงผลงานอยู่เป็นระยะ ชื่อของ ByBambam ก็เริ่มเป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง และโอกาสครั้งใหม่ของเธอก็ได้เดินทางมาถึง เมื่อผลงานของเธอได้ไปสะดุดตากับภัณฑารักษ์หลายท่าน หนึ่งในนั้นคือ Metro Art 

จากความพิเศษของลายเส้นคาแรคเตอร์เฉพาะตัว ที่สามารถสื่อความหมายได้อย่างนุ่มลึก เธอจึงถูกเลือกให้กลายมาเป็นศิลปินประจำ Metro Art ซีรีส์ 3 ภายใต้ธีม ‘สถานที่พักใจ’

“ครั้งแรกที่ได้ยินว่าจะได้มาเป็นศิลปินประจำ Metro art  หนูรู้สึกดีใจมาก ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยเพราะว่าเรามีภาพจำกับสถานีรถไฟฟ้า ว่ามันเป็นสถานที่เดินทาง สถานที่เหนื่อยๆ แต่พอเรานำศิลปะเข้ามาผสานมันกลายเป็นเรื่องของความสดใส ทุกอย่างมีความสุข ช่วยสร้างสีสันในการเดินทางให้มีความหมายและสนุกมากขึ้น

“โดยปกติผลงานของหนูมักวาดบนผ้าแคนวาส แต่ตอนนี้สิ่งที่หนูสร้างมา กำลังจะไปอยู่ในสถานที่จริง หนูดีใจมากที่งานของเราจะมีคนเห็นมากขึ้น”

นิทรรศการเดี่ยวของเธอในครั้งนี้มีชื่อว่า ‘Grocery ByBambam’ ซึ่งเป็นการแปลงโฉมแนวคิดร้านขายของชำ ให้กลายมาเป็น Art Exhibition ภายในพื้นที่จัดแสดงจะเต็มไปด้วยองค์ประกอบต่างๆ ของความน่ารัก เพื่อสื่อสารกับคนดูได้โดยง่าย ให้คนธรรมดาสามารถเข้าถึงงานศิลปะได้โดยไม่ต้องวิเคราะห์อะไรมากมาย อีกทั้งยังมีไฮไลต์เด็ดอย่าง ‘น้องบิ๊บ’ ตุ๊กตาหมีตัวพิเศษอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวความทรงจำจากวัยเด็กของแบม ในมาดคาแรคเตอร์หมีสุดกวน ที่จะชวนผู้พบเห็นย้อนนึกถึงวันวานในอดีต ในวัยที่เรามีเพื่อนคนสนิทเป็นตุ๊กตาหมีขนปุกปุย 

Art Diary บันทึกเรื่องราวผ่านภาพวาด

เรื่องราวทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความน่าสนใจของ ByBambam เพื่อทำความรู้จักอาร์ตติสรุ่นใหม่น่าจับตามองคนนี้ให้มากขึ้น ‘Happy Journey with BEM’ ผลงานความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM, บริษัท ช.การช่าง จํากัด (มหาชน), การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ามอบความสุขจัดเวิร์กชอปงานศิลปะสุดเอกซ์คลูซิฟ ร่วมกับศิลปินชื่อดัง ตอบแทนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT ฟรี! ตลอดปี 2566

เวิร์กชอปประจำเดือนกันยายนนี้ ชวนสายอาร์ตขึ้นขบวนศิลป์เข้าเวิร์กชอปสร้างคาแรคเตอร์ประจำตัว กับ ‘ByBambam’ ศิลปินหน้าใหม่ไฟแรง ผลงานระดับโกอินเตอร์ที่จัดแสดงมาแล้วทั้งอังกฤษและเกาหลี ซึ่งในคราวนี้จะมาถ่ายทอดเรื่องราวการสร้างเส้นสายเฉพาะตัว พร้อมชวนทุกคนสร้างสรรค์งานศิลป์และจัดแสดงนิทรรศการกลุ่มไปพร้อมกัน ในกิจกรรม ‘Art Diary บันทึกเรื่องราวผ่านภาพวาด’ ณ METRO ART สถานีพหลโยธิน ในวันที่ 7 และ 21 กันยายน 2566 

“ในกิจกรรมเวิร์กชอปของหนู ทุกคนจะได้ร่วมพูดคุยถึงที่มาที่ไปของคาแรคเตอร์ ByBambam  พร้อมทั้งสร้างสรรค์ผลงานสนุกๆ โดยหนูได้เตรียมคาแรคเตอร์ลายเส้นเฉพาะในลักษณะตรายางให้เพื่อนๆ ได้มาปั๊มพร้อมละเลงผลงานไปพร้อมกัน” 

ร่วมเดินทางท่องโลกศิลป์ไปพร้อมกัน ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ ‘Happy Journey with BEM 2023’ Art Journey ‘ไดอารีศิลป์ บันทึกเรื่องราวผ่านภาพวาด’ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ เฟซบุ๊ก BEM Bangkok Expressway and Metro