หน้าแรก ภาพนำ เปิดโปง! ขบวน...

เปิดโปง! ขบวนการไซฟ่อนปริมาณน้ำนมโคของประเทศไทย

23.09.18 | 10:01 น.

เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา นายสุรชาติ คหินทพงษ์ ประธานกลุ่มความร่วมมือสามฝ่าย ACPU ชี้แจงเกี่ยวกับตัวเลขปริมาณน้ำนมโคที่ผลิตจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมว่ายังเป็นที่ต้องการของตลาดอีกจำนวนมาก จากข้อมูลเอกสารบันทึกข้อตกลงการซื้อขายน้ำนมโค (MOU) การบริหารจัดการน้ำนมโค ปี 2560/2561ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ถึง 30 กันยายน 2561 และยังมีการบิดเบือนปริมาณตัวเลขน้ำนมโคในแต่ละวันเกินจากความเป็นจริง คือ

1.ตัวเลขปริมาณการซื้อขายน้ำนมโคของศูนย์รวบรวมน้ำนมโคและผู้ประกอบการที่ไม่สามารถบริหารจัดการขนส่งได้ตามบันทึกข้อตกลง (MOU) รวมถึงระยะทางขนส่งน้ำนมโคด้วย

2.ตัวเลขปริมาณการซื้อขายน้ำนมโคของศูนย์รวบรวมน้ำนมโคและผู้ประกอบการที่ไม่มีการซื้อขายจริง เช่น ผู้ประกอบการที่มีน้ำนมโคเป็นของตนเองแต่ได้นำน้ำนมโคไปจำหน่ายให้ผู้ประกอบการรายอื่น และได้ซื้อน้ำนมโคจากศูนย์รวบรวมน้ำนมโคอื่นมาผลิต

3.ปริมาณการซื้อขายน้ำนมโคของผู้ประกอบการที่อยู่ในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน มีปริมาณตัวเลขการซื้อขายน้ำนมโคมากว่าสิทธิที่ได้รับจากการจัดสรรสิทธิในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนเป็นจำนวนมาก เพราะไม่มีความสามารถในการซื้อน้ำนมโคเกินกว่าสิทธิที่ได้รับจากโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน

4.ปริมาณการซื้อขายน้ำนมโคของศูนย์รวบรวมน้ำนมโคและผู้ประกอบการมีการซื้อขายน้ำนมโคในลักษณะของการสลับการซื้อขายน้ำนมโคระหว่างกันและกันในลักษณะไซฟ่อน หรือการเพิ่มปริมาณเท็จ

Advertisement

จากกรณีดังกล่าว นายสุรชาติ คหินทพงษ์ ประธานกลุ่มความร่วมมือสามฝ่าย ACPU กล่าวต่อว่าสำหรับสมาชิกของกลุ่ม ACPU มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่ต้องรับผิดชอบดูแลให้มีความมั่นคงในอาชีพการเลี้ยงโคนมจำนวนนับ 10,000 ครัวเรือน และมีจำนวนโคนมที่ต้องดูแลนับ 100,000 ตัว มีโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมที่ได้มาตรฐานสากล มีพนักงานและลูกจ้างจำนวนมากที่ต้องรับผิดชอบ รวมทั้งมีหนี้สินที่กู้ยืมจากสถาบันการเงินต่างๆ และหน่วยงานของรัฐรวมกันมากกว่า 4,000 ล้านบาท ที่ต้องรับผิดชอบชำระคืนให้กับแหล่งเงินกู้ รวมทั้งสมาชิกของกลุ่มได้ปฏิบัติตามหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องในทุกเรื่อง เช่น การชำระภาษีต่างๆ และได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในทุกเรื่องเช่นกัน

โดยมีวัตถุประสงค์ของการรวมกลุ่ม เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมาทางสมาชิกของกลุ่ม ACPU ได้รับผลกระทบในการเลี้ยงโคนมและการทำธุรกิจเกี่ยวกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์นม เพื่อจำหน่ายในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน จากการแจ้งปริมาณการซื้อขายน้ำนมโคในแต่ละวันของศูนย์รวบรวมน้ำนมโค และผู้ประกอบการที่มีการแจ้งการซื้อขายปริมาณน้ำนมโคที่เป็นเท็จ ไม่มีการซื้อขายน้ำนมโคในแต่ละวันจริง ทำให้เกิดตัวเลขปริมาณน้ำนมโคเทียมไม่ตรงกับปริมาณน้ำนมโคที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั้งประเทศผลิตได้ในแต่ละวัน โดยปัญหาดังกล่าวมีผู้ได้ประโยชน์จากปริมาณตัวเลขน้ำนมโคเท็จ เพื่อนำปริมาณน้ำนมโคที่มีการซื้อขายเท็จไปขอโควตานำเข้านมผงขาดมันเนยในอัตราภาษีนำเข้าต่ำกว่าความเป็นจริง และมีการนำปริมาณน้ำนมโคเป็นเท็จไปแสดงเพื่อขอรับการจัดสรรสิทธิเพื่อจำหน่ายในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน จนเป็นสาเหตุให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทยขาดโอกาสในการซื้อขายน้ำนมโคที่มีอยู่จริงรวมทั้งทำให้ประเทศไทยไม่มีข้อมูลที่จะนำไปใช้ในการพัฒนาส่งเสริมการเลี้ยงโคนมในประเทศ

ทางสมาชิกของกลุ่ม ACPU จึงขอปฏิเสธตัวเลขปริมาณน้ำนมโคในแต่ละวันที่ผลิตได้ซึ่งมาจากตัวเลขของศูนย์รวบรวมน้ำนมโคและผู้ประกอบการที่มีการรายงานการซื้อขายกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และขอให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลช่วยตรวจสอบให้เกิดความถูกต้องต่อไป ปัจจุบันปริมาณน้ำนมโคที่ผลิตได้โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทย ในแต่ละวันยังไม่เพียงพอต่อการนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นมต่างๆ เพื่อจำหน่าย แต่ยังมีการขออนุมัตินำเข้านมผงเข้ามาในประเทศปีละไม่ต่ำกว่า 80,000 ตัน เพราะฉะนั้นประเทศไทยจะไม่มีปัญหาน้ำนมโคล้นตลาดอย่างแน่นอนตามที่เป็นข่าว

สำหรับสมาชิกกลุ่ม ACPU ประกอบด้วยสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด, สหกรณ์โคนมไทยมิลค์จำกัด, สหกรณ์โคนมปากช่อง จำกัด, สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด, สหกรณ์โคนมท่าม่วง จำกัด, บริษัท เชียงใหม่เฟรชมิลค์ จำกัด, บริษัท คันทรี่เฟรช แดรี่ จำกัด, บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชัน จำกัด, บริษัท เทียนขำ จำกัด, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และสมาคมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและแปรรูปผลิตภัณฑ์นม ( สหกรณ์ขนาดเล็ก และขนาดกลาง จำนวน 20 แห่ง)