หน้าแรก ภาพนำ สดสด ร้อนร้อน...

สดสด ร้อนร้อน : คณิตศาสตร์ ส.ส. : เพื่อไทย ยังละลิ่ว

11.10.18 | 11:30 น.

พลันที่ปี่กลองทางการเมืองดัง

ความเคลื่อนไหวของพรรคและนักการเมืองก็คึกคัก

เช่นเดียวกันกับการวิเคราะห์อนาคตการเลือกตั้ง

จากผู้รู้และผู้ติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิด

คณิตศาสตร์การเมืองเบื้องต้นมีดังนี้

Advertisement

10 ตุลาคม

รศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี หัวหน้าภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนวิเคราะห์ระบบ

เลือกตั้งการเมืองไทย ในเฟซบุ๊กส่วนตัว Siripan Nogsuan Sawasdee ความว่า

คณิตศาสตร์ของระบบเลือกตั้งและข้อเท็จจริงในการเมืองไทย

1.เป็นไปได้ไหมที่เพื่อไทยจะไม่ได้คะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อเลย?

ข้าพเจ้าคิดว่าไม่น่าเป็นเช่นนั้น

…แม้กลไกระบบเลือกตั้งใหม่ จะทำให้เพื่อไทยได้ ส.ส.น้อยลง

แต่ด้วยสัดส่วนคะแนนที่เพื่อไทยชนะในอันดับ 2 และ 3 ที่สูงดังกล่าว

จึงเชื่อว่าเพื่อไทยน่าจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่น้อยกว่า 20 ที่นั่ง ไม่ใช่ 0 ที่นั่ง

เมื่อรวมกับ ส.ส.เขตแล้ว มีความเป็นไปได้ที่จะได้ 200 ที่นั่ง (+/-10)

2.พรรคประชาธิปัตย์ ดูเหมือนได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมามากกว่าที่คาดไว้ ทั้งการเกิดพรรคประชาชาติ การไหลออกของอดีต ส.ส.กทม. ชลบุรี และในอีกบางจังหวัด

การที่ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ แยกไปตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย และฐานเสียงของพรรคบางส่วนที่อาจหันไปหนุน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

จากการพลิกผันทางการเมือง อาจทำให้ประชาธิปัตย์ได้ที่นั่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

แต่ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ 20 คนแรกของพรรค น่าจะอยู่ในเขตปลอดภัย เช่นเดียวกับเพื่อไทย

3.ในระบบเลือกตั้งที่ทุกคะแนนจะถูกแปรเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ เชื่อว่ายุทธศาสตร์ที่ดีของทุกพรรคคือส่ง “ตัวจริง” ลง ส.ส.เขต เพื่อเก็บทุกแต้มให้มากที่สุด

4.พรรคขนาดกลาง ในที่นี้หมายถึงพรรคที่มีคะแนนประมาณ 10-50 ที่นั่ง ได้ประโยชน์มากที่สุดจากคณิตศาสตร์ของระบบเลือกตั้งนี้

พรรคขนาดกลางอย่างภูมิใจไทย และชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน จะได้ที่นั่งเพิ่มขึ้น และอาจเป็นตัวแปรสำคัญหลังการเลือกตั้ง

5.พรรคตั้งใหม่แต่กระแสแรง คืออนาคตใหม่ และพลังประชารัฐ

อนาคตใหม่ ไม่น่าจะมีผู้สมัครของพรรคชนะเลือกตั้งในระบบเขต แต่ระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม และศักยภาพของพรรคจะเอื้อให้เป็นพรรคขนาดกลางได้

ยุทธศาสตร์ของพรรคคือ การส่งผู้สมัครลงทุกเขตเลือกตั้งเพื่อรวบรวมคะแนนให้มากที่สุด

แต่การส่งผู้สมัครที่ส่วนใหญ่ไม่มีฐานเสียงในพื้นที่มาก่อน ไม่ใช่เรื่องง่าย

ผู้สมัครเหล่านี้รู้ตัวว่าตนเองแทบไม่มีโอกาสชนะ แต่ต้องหาเสียงเพื่อแปรให้เป็นคะแนนผู้สมัครบัญชีรายชื่อ

พรรคพลังประชารัฐ จะได้ทั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

แต่ความสำเร็จหรือล้มเหลวอยู่กับว่าจะดึงกลุ่มและตระกูลทางการเมืองที่มีอดีต ส.ส. เข้าร่วมกับพรรคได้มากแค่ไหน

นักการเมืองหน้าเก่าเหล่านี้ จะยังเป็นที่นิยมของประชาชนในพื้นที่หรือไม่

ภายใต้ “แบรนด์” ใหม่ ที่ชูธงคงอำนาจของ คสช.

วันเดียวกัน

บีบีซี ภาคภาษาไทย ทดลองประมาณ

จำนวนส.ส.ของแต่ละพรรคการเมืองในการเลือกตั้งกุมภาพันธ์ 2562

โดยอาศัยฐานข้อมูลการเลือกตั้งปี 2554 ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า

1.การคำนวณนี้คิดบนพื้นฐานคะแนนรวม ส.ส. เขตทั้งหมดในปี 2554 แต่เมื่อบัตรเลือกตั้งมีใบเดียวยากจะคาดเดาเหตุผลในการตัดสินใจของประชาชน

2.ขณะนี้มีพรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก อีกทั้งผู้เล่นหน้าเก่ายังอยู่ระหว่างโยกย้ายพรรค ซึ่งอาจนำฐานเสียงเดิมติดตัวไปด้วย

และพบว่า

พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส. 204 คน แยกเป็น ส.ส.ระบบเขต 190 คนและบัญชีรายชื่อ 14 คน
ประชาธิปัตย์ 145 (107-38)
ภูมิใจไทย 50 (27-23)
ชาติไทยพัฒนา 22 (14-8)
ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 18 (5-13)
พลังชล 6 (6-0)
มาตุภูมิ 5 (1-4)
รักษ์สันติ 2 (0-2)
พรรคใหม่ๆ 48 (0-48)

การคาดการณ์โดยอาศัยฐานเสียงและจำนวน ส.ส.จาก 2554 มาใช้กับเลือกตั้ง 2562

จะแม่นยำ หรือเกิดความเปลี่ยนแปลงชนิดพลิกผันอย่างไร

ยังมีเวลาที่จะติดตามกันต่อไป