หน้าแรก ภาพนำ เหตุผลที่แม่ ...

เหตุผลที่แม่ ต้องทิ้ง “คลองค้อ” ไป (ชมคลิป)

27.10.18 | 17:37 น.

วันที่ 27 ตุลาคม นายตรศักดิ์ นิภานันท์ หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ซึ่งเป็นคนเลี้ยงเสือโคร่ง “คลองค้อ”มาตั้งแต่ครั้งเจ้าหน้าที่เข้าไปแทรกแซงเหตุการณ์ธรรมชาติ นำลูกเสือจากโพรงที่บริเวณคลองค้อ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เพราะแม่เสือทิ้งเอาไว้ ว่าวันนี้ คลองค้ออายุครบ 3 ปี กับอีกประมาณ 3 เดือนแล้ว ถือเป็นเสือวัยหนุ่ม จากเดิมเมื่อฤดูหนาวปีที่แล้วคลองค้อกินอาหารมากเป็นพิเศษ ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมาก โดยสังเกตจากพุงที่ห้อยย้อย ประกอบกับไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกายมากนัก จึงดูเหมือน เสือโคร่งอวบๆตัวหนึ่ง

“แต่หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ลดการให้อาหารลงราว 10% และเน้นการให้เนื้อที่ไม่ติดมัน รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ได้พาค้อวิ่งออกกำลังกายมากขึ้น ทำให้พุงที่ย้อยเริ่มลดลง แต่เมื่อค้อเริ่มโตมากขึ้นมีความคึกคักของเสื้อโคร่งหนุ่ม เคลื่อนไหวร่างกาย วิ่งเล่นมากขึ้น และผมได้เปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อที่ไม่มีไขมันติดเลย และนอกจากเนื้อและโครงไก่แล้ว ก็ได้ให้เนื้อวัว และกระดูกวัวสำหรับให้แทะอีกด้วย เวลานี้พุงที่เคยย้อย ของคลองค้อจึงเริ่มจะเข้าที่เข้าทาง กลายเป็นเสือหล่อเต็มที่แล้ว ส่วนสุขภาพทั่วไป ถือว่าคลองค้อเป็นเสือที่แข็งแรงมากๆตัวหนึ่ง”นายตรศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามถึงเรื่องที่ เว็บเพจ Thai land Tiger Project ของสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้โพสต์ภาพของ แม่เสือรุ้งนภา และระบุว่า เป็นแม่ของคลองค้อ จริงหรือไม่ นายตรศักดิ์ กล่าวว่า เป็นความจริง เพราะ แม่เสือรุ้งนภาเป็นเสือสาวที่ทาง ดร.อัจฉรา ซิ้มเจริญ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสือ สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ห้วยขาแข้ง ซึ่งเป็นผู้ติดตามแม่เสือรุ้งนภา มาตลอดเป็นผู้รับรองเอง

“รุ้งนภาก็มีเหตุผลที่ต้องทิ้งลูกไปตั้งแต่เด็ก เพราะตอนนั้น รุ้งนภาเป็นเสือสาว มีลูกน้อย 3 ตัว แต่อาณาเขตที่รุ้งนภาอยู่นั้น ทับซ้อนอยู่กับ สีฟ้า แม่เสืออีกตัวหนึ่ง ซึ่งมีการผลักดันกันไปมา แต่ในที่สุด รุ้งนภาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้จึงต้องออกจากพื้นที่ไปทิ้งให้ คลองค้อและพี่น้องอีก 2 ตัว ไว้ในโพรงไม้ตามลำพัง ทั้ง 3 ตัวอดอาหารและน้ำอยู่ 10 กว่า วัน กระทั่งเจ้าหน้าที่ไปพบ เป็นที่มาของเสือกำพร้าอย่างคลองค้อนั้นเอง”นายตรศักดิ์ กล่าว

Advertisement