หน้าแรก ภาพนำ นิวส์รูมวิเคร...

นิวส์รูมวิเคราะห์ : คำทำนาย ‘ป๋าเหนาะ’ ใกล้ความจริง ‘รัฐบาลเฉพาะกิจ’

7.02.19 | 17:58 น.

“เมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลก็บริหารประเทศไม่ได้ พรรคพลังประชารัฐขึ้นเป็นรัฐบาลก็บริหารประเทศไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างยันกันอยู่ แล้วประเทศจะเดินหน้าได้อย่างไร”

ผมนั่งอ่านคำสัมภาษณ์ครั้งล่าสุดในหน้าหนังสือพิมพ์ของ “เสนาะ เทียนทอง” ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย สะท้อนให้เห็นภาพอนาคตของประเทศไทยหลังเลือกตั้งใหญ่ 24 มีนาคม

เป็นความกังวลที่หลายคนก็ได้ข้อสรุปที่คล้ายๆกับ”ป๋าเหนาะ”ที่อยู่ในแวดวงการเมืองมาค่อนทั้งชีวิต เพราะหวั่นใจว่าการเมืองหลังเลือกตั้งไม่รู้ว่าจะเดินไปในทิศทางใด

“ป๋าเหนาะ”ใช้ความช่ำชองจากประสบการณ์ทางการเมือง ประเมินว่า “พอเลือกตั้งจบบ้านเมืองจะเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ เพราะอย่างน้อยตามกลไกของรัฐธรรมนูญกำหนดให้มี ส.ส.เขต 350 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน และยังกำหนดวาระเริ่มแรกให้ ส.ว. 250 คน ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจมากล้น

หนึ่งในนั้นเปิดช่องให้จับมือกับส.ส.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดประตูให้ ส.ว. 250 คน โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ โดยใช้เสียงกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา 750 คน เขาก็จะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปแน่นอน แต่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่อย่างน้อยก็บริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ เพราะมี ส.ส.ในมือไม่ถึง 250 เสียง ตั้งรัฐบาลเร็วก็ไปเร็ว เสนอกฎหมายอะไรก็ไม่ผ่านที่ประชุมสภา ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจโครมเดียวก็จอด ไปไม่เป็น

Advertisement

พรรคใหญ่ๆที่เป็นประชาธิปไตยทราบดีว่าประเทศชาติเสียหายย่อยยับหลังรัฐบาล คสช.บริหารประเทศมาเกือบ 5 ปี ประชาชนล้วนกระเป๋าแฟบ ทำมาหากินไม่ได้ ร้านอาหารปิดเป็นแถว โดยเฉพาะเกษตรกรกระดูกสันหลังของชาติ ทำอะไรเจ๊งหมด ผลผลิตทางการเกษตรเกือบทุกชนิดราคาตกต่ำหมด เช่น ยางพารา มะพร้าว ข้าว อ้อย แล้วเกษตรกรจะอยู่ได้อย่างไร
พรรคใหญ่ๆ อาทิ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย ต่างรู้ดีถ้าปล่อยให้บริหารประเทศต่อไปอีก สุดท้ายบ้านเมืองจะไม่เหลืออะไร ฉะนั้นถึงเวลาจะต้องหันหน้าจับมือกัน ป้องกันการสืบทอดอำนาจ

แต่พรรคใหญ่ๆที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยกลับทะเลาะกันเสียอีก หากให้แต่พรรคการเมืองเจรจาตั้งรัฐบาลแห่งชาติคงจบยาก เพราะมันคุยกันไม่รู้เรื่อง

“ก่อนหน้านี้ผมก็เคยพูดหลายครั้งถึงการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ แต่สถานการณ์การเมืองที่ผ่านมา การพูดคุยกับพรรคใหญ่ๆ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์พูดด้วยยากมาก ส่วนพรรคพลังประชารัฐยังพอที่จะหารือร่วมกันได้ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียวเข้ามาร่วมมันก็มีโอกาสเป็นไปได้หรือพรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย พรรคอื่นๆมาคุยกันมันก็ไปได้ หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่เอาด้วยก็ไปเป็นฝ่ายค้านทั้งหมดเป็นข้อเสนอโดยที่เราจะต้องเอาบ้านเมืองไว้ก่อน ”

ภายในพรรคเพื่อไทย ผมในฐานะเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งเชื่อมั่นว่าคุยรู้เรื่องโดยเฉพาะการหาทางออกให้ประเทศชาติ เรายินดีเสมอ นักการเมืองที่รักชาติจริงต้องเอาบ้านเมือง ผมก็เป็นส่วนหนึ่งที่จับเข่าคุยได้กับทุกฝ่าย

“ป๋าเหนาะ”สรุปว่า ประตูนี้เป็นทางออกสุดท้ายของบ้านเมือง ขอย้ำว่าให้นักการเมืองยึดเอาบ้านเมืองเป็นหลัก พรรคเพื่อไทยเอาด้วยแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์หากเจรจากันในแนวทางนี้ เมื่อตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจได้ก็อย่าไปทำอะไรมูมมาม เพื่อให้บ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัยและประชาชนลืมตาอ้าปากได้

ไม่รู้ว่า”ป๋าเหนาะ”จะส่งซิกด้วยเหตุผลอะไร แต่สถานการณ์การเมืองในสภาวะปัจจุบัน”รัฐบาลเฉพาะกิจ”กำลังโหมกระพือรุนแรงยิ่งนัก