หน้าแรก ภาพนำ นิวส์รูมวิเคร...

นิวส์รูมวิเคราะห์ : ‘ผี+โซลชาร์’ ตัวเลือกที่ ‘ดีที่สุด’ หรือแค่ ‘ดีพอ’?

30.03.19 | 20:07 น.

หลังจากปล่อยให้แฟนๆ รอลุ้นกันมานานหลายสัปดาห์ ในที่สุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ประกาศแต่งตั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เป็นกุนซือถาวรอย่างเป็นทางการคนใหม่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

นับเป็นอีกก้าวสำคัญของอดีตตำนาน “ซุปเปอร์ซับ” ของปีศาจแดงที่กลายเป็นผู้จัดการทีมเต็มตัวหลังจากโดนเรียกตัวจากนอร์เวย์แบบปัจจุบันทันด่วนเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เพื่อทำหน้าที่คุมทีมชั่วคราวหลัง โชเซ่ มูรินโญ่ โดนปลดจากตำแหน่ง

ผลงานการคุมทีม 19 นัดในทุกถ้วยของโซลชาร์ถือว่าสวยหรู สามารถพาทีมเก็บชัยได้ถึง 14 นัด เสมอ 2 แพ้ 3 โดยทำสถิติชนะรวด 8 นัดแรกตั้งแต่รับงาน

อันที่จริงผลงานดังกล่าว นักวิเคราะห์มองเป็นสองด้านค่อนข้างชัด ทางหนึ่งก็มองว่าถึงจะหวือหวา แต่ก็ไม่ถึงขั้นเหนือความคาดหมาย เพราะช่วงแรกโปรแกรมเตะไม่ค่อยหนัก คู่แข่งยังไม่ถึงขั้นเป็นด่านหิน ยิ่งเมื่อโซลชาร์ให้อิสระนักเตะได้เล่นตามสไตล์ที่ถนัด ไม่ฝืนยืนตำแหน่ง และเปิดทางให้เน้นเกมรุกอันเป็นเครื่องหมายการค้าของแมนฯยูในยุค เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พอยิ่งเก็บชัยได้ก็ยิ่งเรียกความมั่นใจ และทำให้ผลงานนัดต่อๆ มาดีตามไปด้วย

กระทั่งเจอ “ของแข็ง” จริงๆ อย่าง ปารีส แซงต์แชร์แมง ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่พ่ายคาถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด 0-2 จึงเริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องแผนการเล่นของโซลชาร์หรือมาตรฐานการเล่นของแข้งผีว่าอาจจะยังไม่เข้าขั้นหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมาตอกย้ำด้วยการแพ้ 2 นัดติดให้ อาร์เซน่อล ในเกมลีก ก่อนพ่าย วูล์ฟแฮมป์ตัน  ตกรอบเอฟเอคัพ

Advertisement

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์อีกกลุ่มมองต่างมุมว่า ถึงช่วงแรกๆ งานจะไม่หนัก แต่โซลชาร์ก็พิสูจน์กึ๋นให้เห็นด้วยการเอาชนะคู่แข่งเกรดเออย่างอาร์เซน่อล, สเปอร์ส, เชลซี รวมถึงการบุกไปชนะเปแอสเชแบบลุ้นระทึกถึงท้ายเกมจนหักด่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายแชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จ

เหนือสิ่งอื่นใดคือ การมาของกุนซือชาวนอร์เวย์มีผลทางด้านจิตใจกับแข้งผีอย่างยิ่ง ทั้งเรียกความมั่นใจและปลุกฟอร์มเก่งของหลายๆ คน โดยเฉพาะซุป’ตาร์อย่าง ปอล ป๊อกบา ให้กลับมามีบทบาทในทีมอีกครั้ง

ยิ่งมีสถานะเป็นนักเตะในยุคทองของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือปีศาจแดง จนป๋าส่ง ไมก์ ฟีแลน อดีตมือขวามาเป็นผู้ช่วย แถมยังไปเยี่ยมเยือนที่สนามซ้อมและสนามแข่งเป็นระยะๆ ยิ่งช่วยเสริมบารมีให้โซลชาร์เข้าไปอีก

อย่างไรก็ตาม การเซ็นสัญญาคุมทีมอย่างถาวรหมายถึงการหมดช่วง “ฮันนีมูน” หรือช่วงทดลองงานไปแล้ว หลังจากนี้คือของจริง ที่จะวัดกันด้วยผลงานในสนามจริงๆ

จบฤดูกาลนี้ต่อให้ไม่ติดท็อปโฟร์ ถ้าไม่ฟอร์มแย่จริงๆ หรือแพ้คู่แข่งยับเยิน โซลชาร์ไม่น่าจะโดนวิจารณ์มาก และต้องไปรอดูหลังเสริมทัพช่วงเปิดตลาดว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางบวกหรือไม่ อย่างไร

การคุมทีมช่วงแรก โซลชาร์อาจจะให้อิสระนักเตะได้เล่นตามสไตล์ถนัด ตัวเองก็คุมๆ เรื่องระบบอยู่บ้าง แต่เมื่อเริ่มฤดูกาลใหม่ แค่เล่นด้วยใจอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะแฟนๆ กับผู้บริหารย่อมคาดหวังจะเห็นผลงานที่ต่างจากต้นฤดูกาลนี้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่มีเหตุผลให้ต้องผ่อนผันหรือเกรงใจใดๆ กันอีก

ยิ่งเมื่อมองไปเรื่องประสบการณ์ยิ่งทำให้หลายคนเกิดคำถามว่าผู้บริหารแมนฯยูคิดถูกหรือไม่? จริงอยู่ในแง่ที่ว่าตอนนี้ไม่มีใครเหมาะจะคุมผีมากไปกว่าโซลชาร์ แต่เขาจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดหรือเปล่ายังต้องดูกันต่อ

ก่อนจะมาคุมผี โซลชาร์เริ่มต้นงานโค้ชกับทีมสำรองของแมนฯยูระหว่างปี 2008-2011 จากนั้นไปรับงานคุม โมลด์ ที่ลีกบ้านเกิด 2 ช่วง ระหว่างปี 2011-2014 และ 2015-2018 พาทีมคว้าแชมป์ลีก 2 ครั้ง ฤดูกาลล่าสุดเป็นอันดับ 2 แต่ตอนถูกดึงไปคุม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ช่วงสั้นๆ ในปี 2014 ผลงานก็ไม่ได้ดี จบบ๊วยของตารางจนตกชั้น

โซลชาร์ไม่เหมือน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่พอก้าวมาเป็นโค้ชก็ผลงานเปรี้ยงปร้าง ไปไหนมีแต่แชมป์ติดมือ (ส่วนหนึ่งเพราะวัตถุดิบในมือดีด้วย) ถ้าจะเปรียบ สถานการณ์ของโซลชาร์น่าจะใกล้เคียงกับ ซีเนอดีน ซีดาน มากที่สุด

ซีดานจับพลัดจับผลูต้องนั่งแท่นโค้ช รีล มาดริด ชุดใหญ่ ทั้งที่ประสบการณ์น้อยมากยิ่งกว่าโซลชาร์ แต่ก็สร้างประวัติศาสตร์เป็นโค้ชคนแรกของโลกที่พาทีมคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน แถมพ่วงด้วยอีก 1 แชมป์ลีกก่อนจะโบกมือลาทีมไป (และกลับมาคุมทัพใหม่ในตอนนี้)

ด้วยสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน แฟนบอลคงอดนำโซลชาร์ไปเปรียบกับซีดานไม่ได้ แต่ต้องไม่ลืมว่าพรีเมียร์ลีกมีทีมที่มาตรฐานพอๆ กัน พร้อมแย่งแชมป์กันมากถึง 6 ทีม ไม่ใช่แค่ 2-3 ทีมเหมือนลีกยุโรปอื่นๆ โอกาสผิดพลาดจึงมีมากกว่า

วัตถุดิบในมือโซลชาร์ก็ไม่ได้หรูหราเหมือนกับคู่แข่งหลายทีม แม้จะมีตัวชูโรงและดาวรุ่งคละๆ กันอยู่ แต่ในบางตำแหน่ง อาทิ แนวรับก็ยังไม่เด่นนัก ต้องรอติดตามความเคลื่อนไหวในตลาดซื้อขายต่อไป

สำหรับการตัดเกรดฝีมือและผลงานของกุนซือชาวนอร์เวย์นั้น จบฤดูกาลนี้อาจยังว่าอะไรไม่ได้มาก ต้องไปดูกันต่อในฤดูกาลหน้า ซึ่งถึงเวลานั้นต่อให้ไม่มีแชมป์ติดมือ แต่ถ้ายกระดับการเล่นให้ดีผิดหูผิดตาได้เหมือนที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ ทำให้ ลิเวอร์พูล ก็คงอยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้

หรือถ้ามาแบบเดียวกับมูรินโญ่ในฤดูกาลแรกที่พาทีมคว้าดับเบิลแชมป์ได้ แม้สไตล์การเล่นอาจไม่เข้าตานัก ก็คงแฮปปี้กันทุกฝ่ายเช่นกัน

สุดท้ายอนาคตของปีศาจแดงกับโซลชาร์จะออกมาหน้าไหน คงต้องรอติดตามกันต่อไป ส่วนข้อสงสัยที่ว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือไม่ คงตอบได้แค่ว่า ไม่มีใครเหมาะสมที่สุดสำหรับเวลานี้แล้ว

แต่จะดีพอไปต่อได้ยาวๆ หรือเปล่า คงต้องว่ากันอีกที