เมื่อวันที่ 31 มีนาคม เวลาประมาณ 12.30 น. ที่เวทีเอเทเรียม ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 47 สำนักพิมพ์มติชน มีการจัดเวทีเสวนา หัวข้อ “ถอดรหัสซีรีส์ดัง สู่นิยายปังสุดพีค” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวหนังสือ “เลือดข้นคนจาง” ฉบับนวนิยายอย่างเป็นทางการครั้งแรก ดำเนินรายการโดยนางสาวอัญชัน พัฒนประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณรอบเวทีมีจับจองเก้าอี้จนเต็มทุกที่นั่ง กระทั่งทะลักออกนอกพื้นที่จัดงานจนเจ้าหน้าที่เร่งตัดระเบียบและดูแลความเรียบร้อยเนื่องจากนักอ่านจำนวนมากซึ่งเป็นแฟนละครเลือดข้นคนจางโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นเดินทางมารอพบ ไอซ์ พาริส อินทรโกมาลย์สุต ผู้รับบท อาฉี และนาน่า ศวรรยา ไพศาลพยัคฆ์ ผู้รับบท เหม่เหม ซึ่งเป็นวิทยากรบนเวที โดยทันทีที่นักแสดงทั้ง 2 รายปรากฏตัวบนเวที นักอ่านพากันส่งเสียงกรี๊ดลั่น พร้อมทั้งเรียกชื่อตัวละคร
ไอซ์ พาริสกล่าวว่า ตนแสดงละครดังกล่าวเป็นเรื่องแรกในชีวิต ตกหลุมรักตัวละครตั้งแต่อ่านบท อาฉีมีทุกอย่างรอบตัวคล้ายกับตน เช่น เติบโตมากับแม่ และชอบเล่นดนตรี จึงเป็นกำลังใจให้ตัวละครตัวนี้ตลอด และเพิ่งทราบว่าใครฆ่าประเสริฐในช่วงแสดง 3 คิวสุดท้ายก่อนจบเท่านั้น ฉากประทับใจคือฉากงานศพพ่อ ซึ่งเป็นซีนอารมณ์ ตอนนั้นเครียดมาก กดดัน ทีมงานนับร้อยมารอตนคนเดียว อย่างไรก็ตาม รู้สึกว่ามีครูอยู่ข้างๆ เสมอ คือ นักแสดงรุ่นใหญ่ในเรื่องที่คอยแนะนำ เป็นความสุขที่ไม่เคยเจอ เมื่อทราบว่าละครเรื่องนี้ซึ่งตนรักและคิดถึงมากได้กลายเป็นนวนิยาย รู้สึกดีใจ อยากให้ทุกคนได้สัมผัสอารมณ์ใหม่ๆ ตนได้อ่านแล้วเช่นกัน
“อยากให้ทุกคนที่คิดถึงละครเลือดข้นคนจางมาอ่านนิยายเล่มนี้ เพราะมีความทรงจำดีๆเยอะ หนังสือสนุกเหมือนละคร ตอนที่รับบทอาฉี แสดงไปตามสันชาตญาณและอารมณ์ตามบทบาทที่ได้รับ ไม่ได้ประมวลเป็นคำ แต่ในหนังสือเล่มนี้สามารถประมวลออกมาให้เราได้” ไอซ์ พาริสกล่าว
นาน่า ศวรรยากล่าวว่า ตนรับบทเป็นเหม่เหม หลานสาวคนเดียวในตระกูลจิรอนันต์ ตอนอ่านบทยอมรับว่ารู้สึกกลัว คิดว่าทำไมเหม่เหมร้ายขนาดนี้ แต่พอมารู้เหตุผลก็เริ่มเข้าใจว่าเพราะรักพ่อมาก จึงยอมทำร้ายจิตใจเต้ย 2 ฉากที่ชอบที่สุดในละครคือ 1.ฉากถูกข่มขืน ซึ่งเป็นฉากแรกในการถ่ายทำ ตอนแรกแสดงไม่ได้ จนสุดท้ายร้องไห้ไม่หยุด 2.ฉากคุยกับเต้ยเรื่องทิ้งปืน ถ่ายทำนานถึง 7 ชั่วโมง เพราะใช้อารมณ์สลับไปมาเยอะ ทั้งเสียใจ ตกใจ กลัว และใช้ความคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป สำหรับนวนิยายได้อ่านแล้วพบว่าสามารถขยายความรู้สึกของตัวละครได้มากขึ้น ทำให้ยิ่งเข้าใจตัวละครแต่ละตัวยิ่งขึ้น
“อ่านแล้วคิดถึงละครมาก ฉบับนิยาย ทำให้เข้าใจตัวละครและอารมณ์ภายในมากขึ้น เป็นการขยายความรู้สึกบนเส้นเรื่องเดิม สิ่งที่เซอร์ไพรส์คือมีสิ่งที่ไม่อยู่ในบทละครด้วย เช่น แม่เหม่เหมไปไหน ไปได้อย่างไร ทำไมตัวเองต้องดูแลพ่อ” นาน่า ศวรรยากล่าว
ด้าน ชมพู อุรุดา โควินท์ นักเขียนชื่อดังซึ่งรับหน้าที่บรรณาธิการนวนิยายเรื่องเลือดข้นคนจาง กล่าวว่า ละครเรื่องนี้คือเรื่องแรกที่ติดในรอบ 20 ปี ปกติไม่ใช่คนติดละคร แต่เรื่องนี้สนุกมาก ไม่มีช่วงที่น่าเบื่อเลย นอกจากนี้ตนชอบอารมณ์และโทนสีที่เลือกใช้ในฉากอย่างมาก ตัวละครทุกตัวแสดงเป็นธรรมชาติ ไม่เยอะหรือน้อยเกินไป เนื้อเรื่องเดาไม่ถูกว่าใครฆ่าประเสริฐ ซึ่งตอนดูละครคนดูจะพุ่งไปที่ประเด็นนี้ แต่นวนิยายเป็นอีกแบบ คือไม่ได้โฟกัสอยู่แค่ตรงนั้น
“ต้องซื้อ (หัวเราะ) เพราะแฟนละครจะมีตัวละครที่จับต้องได้อยู่กับตัว ฉบับหนังสือสนุกมากตรงที่ได้รู้ว่าตัวละครคิด และรู้สึกอย่างไรกับตัวละครอื่น ในนิยายจะเห็นความลึกเหล่านี้ จะได้ยินเสียงตัวละครออกมาสลับกันเล่า ในนิยายทุกคนจะได้สิทธิในการพูด ได้เห็นมุมมองตัวละคร ได้รู้ว่าอาฉีมองพี่ชายแบบไหน สารของเรื่องในนิยายชัดเจนกว่าตอนเป็นละคร ซึ่งการตีความอาจจะต่างไป มีมากกว่าความสัมพันธ์ในครอบครัว และยังให้ความยุติธรรมกับตัวละครมากกว่าในละคร เพราะพื้นที่ต่างกัน อย่างบท ก๋วยเตี๋ยวเป็นตัวละครที่เล็กมากในละคร แต่ในหนังสือมีช่วงที่อ่านแล้วขนลุกขึ้นมาเลย” ชมพู อุรุดากล่าว
จากนั้นเป็นการฉายคลิปบนเวทีเสวนา โดยเป็นการแสดงความเห็นของ ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์ ผู้กำกับละครเรื่องดังกล่าว ซึ่งระบุว่า ความยากและท้าทายของละครเลือดข้นคนจาง คือทุกตัวละครมีความรู้สึกนึกคิด จำนวนตัวละครก็เยอะมาก ตนรักทุกตัว เวลากำกับไม่อยากปล่อยผ่าน นักแสดงทุกคนก็พยายามเป็นตัวละครนั้นให้ดีที่สุด จึงรู้สึกประทับใจทีมนักแสดง ดีใจที่วันนี้ได้เป็นนวนิยาย จะได้รสชาติ มุมมอง ความรู้สึกใหม่ๆ
ต่อมาเป็นการฉายคลิปสัมภาษณ์ อั้ม ฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ ผู้กำกับชื่อดังผู้ถ่ายทอดบทละครเรื่องเลือดข้นคนจางให้เป็นฉบับนวนิยาย โดยระบุว่า กรณีนี้เป็นการต้านระบบการเขียน สวนทางสิ่งที่เคยเป็น กล่าวคือ โดยปกติก่อนเป็นละครจะเริ่มจากเรื่องสั้นนิยายแล้วค่อยพัฒนาเป็นบทละคร แต่เรื่องนี้มีบทละครอยู่แล้ว จึงค่อยเป็นนิยาย ซึ่งเป็นบทสนทนาระหว่างตัวละครกับคนอ่าน ส่วนตัวประทับใจตัวละครอย่างภัสสร ซึ่งเป็นทั้งแม่ และผู้หญิงที่มองเห็นความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นในสังคมที่ตนอยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลีงเสร็จสิ้นการเสวนาบนเวที นักแสดงและบรรณาธิการได้มุ่งหน้าไปยังบูธมติชน เพื่อแจกลายเซ็นซึ่งผู้ร่วมฟังเสวนานับร้อยรายเดินตามพร้อมส่งเสียงกรี๊ดเกือบตลอดทาง โดยพากันถ่ายภาพและคลิปตลอดเวลา กระทั่งเมื่อถึงบูธพบว่ามีนักอ่านและแฟนละครซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นมานั่งรอกว่า 200 รายโดยบางส่วนรอตั้งแต่ช่วงเช้า เป็นเวลาหลายชั่วโมง
นางสาวบุษกร บุรีทอง อายุ 19 ปี นักเรียนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัยกล่าวว่า ตนมารอต่อคิวเพื่อขอลายเซ็น ไอซ์ พาริส ตั้งแต่เวลาราว 11.00 น. กระทั่งช่วงบ่าย โดยซื้อหนังสือเรื่องเลือดข้นคนจางจากบูธมติชน แล้วปักหลักนั่งรอพร้อมเพื่อนๆ ส่วนตัวชอบตั้งแต่เป็นละครทางโทรทัศน์ เพราะสนุกมาก เป็นเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว และไม่รู้ว่าใครเป็นคนร้าย รู้สึกเหมือนได้เป็นนักสืบ สำหรับฉบับนวนิยาย ตนเชื่อว่าการอ่านจากหนังสือด้วยจะให้รายละเอียดมากกว่าในด้านความรู้สึก ว่าว่าตัวละครคิดอะไรผ่านตัวอักษร จึงตัดสินใจซื้อหนัวสือด้วย ที่ผ่านมาชอบอ่านนวนิยาย และหนังสือด้านจิตวิทยา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่บูธมติชน v.4 โซนพลาซ่ามีผู้เลือกซื้อหนังสือในหมวดต่างๆอย่างหลากหลายโดยในวันนี้มีความคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์โดยอันดับหนังสือขายดีได้แก่ 1.เลือดข้นคนจาง โดยฤทัยวรรณ วงศ์สิรสวัสดิ์ 2.เมื่อหัวว่าง จึงสร้างสรรค์ โดยกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร 3.หนังสือชุดบรมราชาภิเษก 3 เล่ม ได้แก่ เสวยราชสมบัติกษัตรา, ผ้าเขียนทอง และจักรพรรดิราช 4.อ่านสยามตามแอนนา แปลโดย สุภัตรา ภูมิประภาส และสุภิดา แก้วสุขสมบัติ 5.ประชาธิปไตยที่ไม่ตั้งมั่น โดย จิรภรณ์ ดำจันทร์ นอกจากนี้ หนังสือเรื่อง futuration เปลี่ยนปัจจุบัน ทันอนาคต โดยสันติธาร เสถียรไทย ยังเป็นผลงานที่ได้รับความสนใจอย่างมาก
ทั้งนี้ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 47 จะจัดไปจนถึงวันที่ 7 เมษายนนี้ เวลา 10.00-20.00 น. ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์











