หน้าแรก ภาพนำ เล่นงาน ธนาธร...

เล่นงาน ธนาธร : เป็นไป ตาม ยุทธศาสตร์ : เป็นไป ตามแผน

16.04.19 | 11:43 น.

การขับเคลื่อนเพื่อ “สกัด” พรรคอนาคตใหม่ที่เริ่มด้วย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตามมาด้วย นายปิยบุตร แสงกนกกุล มิได้เป็นเรื่องของ “เทศกาล”

ตรงกันข้าม มีลักษณะในทาง “ยุทธศาสตร์”

บางคนอาจจะมองไปยังภาพของ “ป้าอุ๊” ประสานเข้ากับ “ป้าสินจัย” บางคนอาจจะมองไปยังภาพของ “ลุงเสรี” ประสานเข้ากับ “ลุงดี้”

แต่ถามว่าใครไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ปทุมวัน

แต่ถามว่าใครไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ บก.ปอท.

Advertisement

คำตอบคือ “คสช.”

อย่าได้แปลกใจที่เมื่อประสบเข้ากับกองทัพของคณะทูตานุทูตจาก 12 ชาติและองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศจึงต้องออกโรง

นี่คือ “ยุทธวิธี” อันดำเนินไปตาม “ยุทธศาสตร์”

ขณะที่การเมืองหลังการเลือกตั้งยังปั่นป่วนและวุ่นวายอยู่กับการต่อสู้ผ่าน “คณิตศาสตร์ การเมือง” โดยมีเส้นแบ่งอยู่ที่ 250 ขณะนี้

สายตาอาจมองไปที่พรรคเพื่อไทยในฐานะที่ได้ ส.ส.เป็นอันดับ 1

ขณะเดียวกัน พรรคพลังประชารัฐก็เน้นแล้วเน้นอีกต่อจำนวน 8.4 ล้านคะแนนรวมให้เห็นความชอบธรรมที่จะอยู่ในฐานะคนจัดรัฐบาล

ถามว่าทำไมพรรคอนาคตใหม่จึงกลายเป็นตำบล กระสุนตก

ถามว่าทำไมปฏิบัติการ IO จึงรวมศูนย์อย่างหนักแน่นและจริงจังไปยัง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไปยัง นายปิยบุตร แสงกนกกุล

ฟื้นคดีตั้งแต่เมื่อ 4 ปี ฟื้นคลิปตั้งแต่เมื่อ 6 ปีก่อน

หากพรรคอนาคตใหม่ไม่มี 6.3 ล้านคะแนนเสียง หากพรรคอนาคตใหม่ไม่อยู่ในฐานะพรรคอันดับ 3 รองจากพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ

ปลายหอกจะพุ่งเข้ายอดอกหรือ

เมื่อแหวกม่านแห่งการดำรงอยู่ของแต่ละพรรคการเมือง ต้องยอมรับว่าระยะ 1 ปีที่ผ่านมาการก่อรูปของพรรคอนาคตใหม่สร้างจุดต่าง

นี่คือ พรรคในลักษณะ “มวลชน” อย่างแท้จริง

นี่คือ พรรคที่แนวแน่และมั่นคงในคำประกาศ “ปักธง ความคิด” และอาศัยหลักการนี้สะสมความนิยม แปรความนิยมเป็นคะแนน

เพียง 1 ปีก็มีสาขาพรรคครบ 77 จังหวัด

นี่คือรากฐานทำให้พรรคอนาคตใหม่แตกต่างไปจากพรรคการเมืองอื่น ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ที่เก่าแก่ตั้งแต่ปี 2489 ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยที่ต่อยอดจากพรรคไทยรักไทยเมื่อปี 2541

อย่าว่าแต่พรรคอย่างพลังประชารัฐที่เริ่มต้นจาก “พลังดูด” เลย

เมื่อมองจากฐานคิดในแบบของ “คสช.” พรรคอนาคตใหม่จึงเป็นพรรคที่สร้างความหวั่นไหวเป็นอย่างสูง

จำเป็นต้องมี “ยุทธศาสตร์” ในการจัดการ จำเป็นต้องดำเนิน “ยุทธวิธี” เพื่อบรรลุ “ยุทธศาสตร์”

คําถามก็คือ เบื้องหน้ายุทธศาสตร์เช่นนี้ของ คสช.อันเป็นฝ่ายกุมกลไกแห่งอำนาจรัฐและต้องการสืบทอดอำนาจอย่างจริงจัง

พรรคอนาคตใหม่ “สำเหนียก” มากน้อยเพียงใด

หรือเพราะต้องพัวพันอยู่กับการถูกรุก ถูกโจมตีในแบบรายวันตามยุทธวิธีของอีกฝ่าย ทำให้ละเลยและมองข้ามสภาพความเป็นจริงในทางยุทธศาสตร์ที่มั่นแน่ว

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงทุกอย่างเป็นไปตามหลัก “การศึกมิหน่ายเล่ห์” เด่นชัด