ไม่ว่าจะอ่าน Animal Farm ไม่ว่าจะอ่าน 1984 แต่ความแจ่มชัดในทางการเมืองเรื่องจัดตั้งรัฐบาลมีบทสรุปร่วม
เหมือนกับพรรคพลังประชารัฐจะโยนปัญหาให้กับพรรคพลังประชาธิปัตย์
เพราะหากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ยืนกรานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประสานเข้ากับกระทรวงพาณิชย์ ทุกอย่างน่าจะเรียบร้อย
“ขันหมาก” ก็จะไม่เป็น “ม่าย”
แต่เมื่อฟังจากพรรคประชาธิปัตย์ การประชุมร่วมกรรมการบริหารกับ ส.ส. เมื่อตอนค่ำวันที่ 28 พฤษภาคม ที่ล่มเพราะไม่มีคำตอบจากพรรคพลังประชารัฐ
ทั้งๆ ที่สัญญาว่าจะตอบภายในเวลา 17.00 น.
คำถามก็คือ สังคมเชื่อเหตุผลของฝ่ายใดมากกว่ากัน ระหว่างแถลงของพรรคพลังประชารัฐกับแถลงของพรรคประชาธิปัตย์
ตรงนี้สำคัญ
หากดูจากการเคลื่อนทัพของพรรคพลังประชารัฐ 1 คือเสียงขู่ว่าไม่ง้อพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ง้อพรรคภูมิใจไทย โดยจะจัดตั้งรัฐบาล “เสียงข้างน้อย”
และ 1 จากนั้นอาจ “ยุบสภา”
ยิ่งเมื่อมีข่าวว่า ผบ.ทบ.เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ทำเนียบรัฐบาล คราวนี้ข่าวลือก็ปลิวว่อน
เริ่มจากข่าวอาจใช้มาตรา 44 ยุบพรรคการเลือง ล้ม 500 ส.ส.
ตามมาด้วยข่าวรัฐประหาร ล้มกระดาน ย้อนกลับไปเหมือนกับสถานการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 อีกครั้งหนึ่ง
อย่าไปโทษ “ข่าวลือ” เลย
กระสากลิ่นของรัฐประหารเริ่มตั้งแต่ได้ข่าวการเดินเข้าทำเนียบรัฐบาลของ ผบ.ทบ.แล้ว ยิ่งเมื่อพรรคพลังประชารัฐในเรื่องยุบสภา ยิ่งโก โซ บิ๊ก
เห็นหรือยังว่า “ปัญหา” อยู่ที่พรรคการเมืองใด
จากนี้จึงเห็นได้ว่า ไม่ว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ DESIGN มาเพื่อพวกเรา” โดยการตระเตรียม 250 ส.ว. ประสานเข้ากับการใช้อภินิหารทางกฎหมาย เสก 11 ส.ส. 11 พรรคการเมือง
เมื่อบวกกับ 116 ของพรรคพลังประชารัฐ ก็เท่ากับ 377 เสียง
ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐจะได้ 5 เสียงจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย 3 เสียงจากพรรคท้องถิ่นไท 2 เสียงจากพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 6 เสียงจากพรรคชาติไทยพัฒนา 3 เสียงจากพรรคชาติพัฒนา
แต่หากขาด 53 เสียงของพรรคประชาธิปัตย์ และ 51 เสียงพรรคภูมิใจไทย
เมื่อมองผ่านสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลพรรคพลังประชารัฐอันมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ยังเป็นรัฐบาล “เสียงข้างน้อย”
เมื่อเทียบกับ 245 เสียงจากแนวร่วมต้านการสืบทอดอำนาจ
เมื่อผนวกเข้ากับ 53+51 เป็น 104 เสียงของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย ฟากนี้ก็จะกลายเป็น 349 เสียงขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
เป็น 349 จาก 500 ในสภาผู้แทนราษฎร
การดำรงอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงเป็นการดำรงอยู่บน
พื้นฐานแห่ง “อภินิหาร” ในทางกฎหมาย
มิได้เป็นความชอบธรรมอย่างแท้จริง
สะท้อนให้เห็นว่า รัฐธรรมนูญที่ว่า DESIGN มาเพื่อการสืบทอดอำนาจ มิได้เปล่งพลานุภาพได้ในทางเป็นจริง
ตรงนี้ต่างหากคือปัญหา ตรงนี้ต่างหากคือความหงุดหงิด

