มีตัวอย่างมากมายในอดีตถึงความขัดแย้งภายใน ครม.ที่แม้นายกรัฐมนตรีจะมีความเข้มแข็งและมากด้วยบารมีเพียงใดก็เอาไม่อยู่
แม้กระทั่ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
จำกรณี “เทเล็กซ์อัปยศ” อันเหมือนกับเป็นความขัดแย้งระหว่างรัฐมนตรีพรรคชาติไทยกับรัฐมนตรีพรรคกิจสังคมได้หรือไม่
ผลที่สุดเป็นอย่างไร
ผลที่สุดรัฐมนตรีจากพรรคกิจสังคมก็ต้องอำลา ผลที่สุดชัยชนะก็เป็นของรัฐมนตรีจากพรรคชาติไทยในเมื่อนายกรัฐมนตรีเห็นด้วย
นั่นเป็นเรื่องระหว่าง “ทหาร” กับ “ทหาร”
กระนั้น ในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ยังจำการฟัดกันระหว่าง 2 รองนายกรัฐมนตรีจากพรรคชาติพัฒนากับพรรคนำไทยได้หรือไม่
นั่นก็คือ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ กับ นายอำนวย วีรวรรณ
ตัวอย่างที่ดีอย่างยิ่งในทางการเมืองคือ ตัวอย่างในห้วงที่ นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีหนแรกแล้วก็มีข่าวเกาเหลาระหว่างรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยกัน
นั่นก็คือ ระหว่าง “ธารินทร์” กับ “ศุภชัย”
นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งมีเงื่อนไขว่าจะขอเป็นหน่วยขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี
นั่นก็คือ นขต.นม.
นั่นเท่ากับว่า นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ จะไม่ขอรายงานผ่านรองนายกรัฐมนตรีแต่จะพาสไปยังนายกรัฐมนตรีเลย
ถามว่ารองนายกรัฐมนตรีคือใคร
คำตอบก็คือ นายศุภชัย พานิชภักดิ์ ซึ่งมาจากพรรคประชาธิปัตย์ และได้ชื่อว่าเป็นรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลงานด้านเศรษฐกิจ
แต่ไม่สามารถกำกับ “กระทรวงการคลัง”
ในฐานะนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ภายหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา ก็ใช่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะไม่มีบทเรียน
อย่างน้อยก็บทเรียนจาก ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล
เพราะว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรีเศรษฐกิจ แต่ก็มีบางกระทรวงดำรงอยู่อย่างเอกเทศ
นั่นก็คือเป็นไปในแบบของ นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์
ไม่เพียงแต่จะมีกระทรวงเศรษฐกิจบางกระทรวงดำรงอยู่อย่างต่อสายตรงกับนายกรัฐมนตรี หากแต่รองนายกรัฐมนตรียังถูกกำกับจากที่ปรึกษา คสช.บางคนอีกด้วย
ในที่สุด ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ก็ต้องพ่ายแพ้
เดือนสิงหาคม 2558 ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล และรัฐมนตรีในคณะอย่างเช่น นายสมหมาย ภาษี เป็นต้น ก็ถูกปลดกลางอากาศ
อันเป็นที่มาของคำว่า “แบ่งแยกแล้วปกครอง”
ในฐานะนักการทหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถูกฝึกให้เป็นผู้นำตั้งแต่อยู่โรงเรียนนายร้อย และเมื่อได้รับแต่งตั้งเข้าดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.ทบ.
มั่นใจกระทั่งยืนยัน “การบริหารไม่ยาก”
คำถามก็คือ จะจัดสัดส่วนการบังคับบัญชารองนายกรัฐมนตรีสายตรง รองนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์และรองนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยอย่างไร
จึงจะไม่เกิดสภาพ “ประสานงา” เหมือนในอดีต

