หน้าแรก ภาพนำ พีมูฟ 500 ชีว...

พีมูฟ 500 ชีวิต ยันปักหลักหน้าทส. จนกว่าจะได้พบ “วราวุธ” ร้องกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า

13.01.20 | 17:00 น.

พีมูฟกว่า 500 ชีวิต ยันปักหลักชุมชนหน้าทส. จนกว่าจะได้พบ “วราวุธ”ร้องกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า


วันที่ 13 มกราคม ที่หน้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายนพดล พลเสน ผู้ช่วยรัฐมนตรีทส. พร้อมด้วยนายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีทส. เข้าพูดคุยกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือกลุ่มพีมูฟ ที่ชุมชนอยู่หน้าทส.กว่า 500 คน โดยได้ให้ตัวแทนกลุ่มพีมูฟ 25 คน เข้าประชุมหารือกับหน่วยงานทส.ที่เกี่ยวข้อง

โดยกลุ่มพีมูฟได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องใน 3 ปัญหาหลัก คือ 1.ปัญหาระดับนโยบาย 10 ข้อ 2.ปัญหาคดีความที่เกี่ยวข้อง 15 คดี และ3.ปัญหารายกรณี 66 กรณีกรณีพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ กรณีพื้นที่ที่อยู่ในเขตเตรียมประกาศหรือเตรียมผนวกเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งเป็นปัญหาจากการใช้กฎหมายป่าไม้ และแนวทางของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.)

จากนั้นนายประยงค์ ดอกลำไย แกนนำกลุ่มพีมูฟ ได้สรุปปัญหาแนวนโยบายใน 10 ข้อ คือ 1.ยุตินโยบายทวงคืนผืนป่าที่กระทบต่อผู้ยากไร้ 2.ผลักดันให้มีมาตรการคุ้มครองพื้นที่โฉนดชุมชน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของทส. และยกระดับโครงการจัดที่ดินชุมชน (คทช.) ให้เป็นการรองรับสิทธิชุมชนในการบริหารจัดการที่ดินร่วมกันอย่างแท้จริง และผลักดันให้มี พ.ร.บ.สิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากรในรูปแบบโฉนดชุมชน ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้ว 3. ทบทวน ปรับปรุงเนื้อหา พ.ร.บ.ป่าชุมชน, พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ให้สอคคล้องกับเนื้อหาและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. 2560 4.ให้ทบทวนมติครม. 26 พ.ย. 61 เรื่อง พื้นที่เป้าหมายและกรอบมาตรการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าไม้ (ทุกประเภท) เนื่องจากแนวทางและมาตรการตามมติ ครม. ดังกล่าวไม่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่

Advertisement

นายประยงค์ กล่าวในที่ประชุมอีกว่า ข้อ5. ผลักดันให้มีการคุ้มครอง พื้นที่ที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน พื้นที่ทางจิตวิญญาณ และพื้นที่วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงและชาวเล ตามมติครม. 2 มิ.ย. 53 และวันที่ 3 ส.ค. 53 และยกระดับมติ ครม. ดังกล่าวให้เป็นพ.ร.บ.เขตส่งเสริมและคุ้มครองทางวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ ตามยุทธศาสตร์ชาติด้านสังคมภายในปี พ.ศ.2564 ข้อ 6.กรณีชุมชนที่อยู่ในระหว่างกระบวนการแก้ปัญหากับหน่วยงานของกระทรวงทส. ให้ชุมชนสามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ถนน ไฟฟ้า ประปา และที่อยู่อาศัยได้

นายประยงค์ กล่าวอีกว่า 7. ให้มีการแก้ไขปัญหาผู้ได้รับผลกระทบจากคดีป่าไม้ที่ดินที่เกิดจากนโยบายทวงคืนผืนป่า โดยมีมาตรการ คือ ให้มีมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วให้สามารถมีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้เพียงพอต่อการยังชีพได้ ส่วนคดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของกระบวนการยุติธรรมให้หามาตรการในการจำหน่ายคดี ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจออกคำสั่งทางปกครองตามกฎหมายป่าไม้ให้ชะลอหรือยกเลิก หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่เป็นการบุกรุกใหม่และเป็นผู้ยากไร้ตามคำสั่งที่ 66/2557 8. เร่งแก้ไขปัญหาป่าไม้ที่ดินที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 66 กรณี 9. ให้มีนโยบายพัฒนาพื้นที่ต้นแบบในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทำกินที่อยู่อาศัยและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ภายใต้ความร่วมมือระหว่างทส. กับ ขปส. และสุดท้ายข้อ 10.ให้มีกลไกการประสานงานเพื่อติดตามความคืบหน้าและแก้ไขปัญหาร่วมระหว่างทส. กับ ขปส.

นายประยงค์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ในที่ประชุมได้มีข้อสรุปว่าในวันที่ 14 ม.ค. จะ แบ่งการประชุมเป็น 3 กลุ่มเพื่อหาข้อยุติตามข้อเรียกร้องทั้ง 3 ประเด็นหลัก โดยมีหน่วยงานทส. และขปส. เข้าร่วมประชุมด้วยกัน หากได้ข้อยุติแล้วในเช้าวันที่ 15 ม.ค. ทางผู้ช่วยรัฐมนตรี และเลขารัฐมนตรี จะเรียกประชุมอีกครั้งเพื่อหาข้อสรุป และในตอนบ่ายจะเชิญรัฐมนตรีจะมาเป็นประธานในที่ประชุมอีกครั้ง

กลุ่มพีมูฟยังคงปักหลักชุมนุมอยู่หน้าทส.เช่นเดิม จนกว่าจะได้หารือกับรัฐมนตรี ซึ่งเราได้ขออนุญาตกับทางตำรวจตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ เรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าเราจะกลับบ้านก็ต่อเมื่อมีรัฐมนตรีเป็นประธานนั่งหัวโต๊ะ เพราะ เคยมาเรียกร้องกับรัฐมนตรีเพื่อให้ช่วยแก้ปัญหา เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 62 แต่ผ่านมากว่า 5 เดือนก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ

นายธเนศพล กล่าวว่า ตามข้อเรียกร้องใน 3 ประเด็นหลัก ทั้งในระดับนโยบาย ปัญหาคดีความ และรายกรณี แม้กฎหมายหลักที่มีอยู่จะเปลี่ยนยาก แต่การขับเคลื่อนให้พี่น้องประชาชนคือกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวของทั้ง 214 ฉบับ เพราะหลายร้อยฉบับยังอยู่ในขั้นตอนของการรับฟังจากประชาชน โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีทส. ได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อเป็นแนวทางและทางออกให้พี่น้องประชาชน เชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ในหลายประเด็น หากปัญหาใดอยู่ในอำนาจของทส. ก็จะเร่งแก้ปัญหาให้ หากอยู่นอกเหนืออำนาจของทส. จะต้องส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ประธาน เพื่อหาข้อสรุปอีกครั้ง