หน้าแรก ภาพนำ ‘หมอมนู...

‘หมอมนูญ’ คาดยา ‘ฟาวิพิราเวียร์’ อาจไม่ผ่านการรับรองจากสหรัฐ ชี้ไทยอาจต้องหยุดใช้เป็นยาหลัก

23.11.21 | 11:06 น.
แฟ้มภาพ : AFP

‘หมอมนูญ’ คาดยา ‘ฟาวิพิราเวียร์’ อาจไม่ผ่านการรับรองจากสหรัฐ ชี้ไทยอาจต้องหยุดใช้เป็นยาหลัก คาดแพ็กซ์โลวิด-โมลนูพิราเวียร์ถูกนำมาเป็นยาหลักแทนในอนาคต

วันที่ 22 พฤศจิกายน นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์เฟซบุ๊กถึงประเด็นยารักษาโรคโควิด-19 โดยระบุว่า “สัปดาห์ที่ผ่านมามีทั้งข่าวดีและข่าวไม่ดีเกี่ยวกับยารักษาโรคโควิด-19

เริ่มที่ข่าวไม่ดีก่อน ผลการศึกษาระยะที่ 3 ของยา Avigan ฟาวิพิราเวียร์ในประเทศสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และบราซิล เปรียบเทียบยาจริงกับยาหลอก เมื่อให้เร็วภายใน 5 วันหลังเริ่มมีอาการ ทราบแต่ในข่าวว่าผลการศึกษาสร้างความผิดหวังให้กับบริษัทยาของญี่ปุ่นที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ยาตัวนี้ (ดูรูป) เชื่อว่ายาตัวนี้คงจะไม่ผ่านการรับรองของประเทศสหรัฐอเมริกา เราคงต้องรอผลงานวิจัยตีพิมพ์ออกมา ถ้าข่าวนี้เป็นจริง ถึงเวลาที่ประเทศไทยควรจะหยุดใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ เป็นยาหลักในการรักษาโรคโควิด-19 ต่อไป

ข่าวดีก็คือผลการศึกษาระยะที่ 3 ของยา PAXLOVID แพ็กซ์โลวิด บริษัทไฟเซอร์ ในหลายประเทศในอเมริกาเหนือและใต้ ยุโรป แอฟริกาและเอเชีย เปรียบเทียบยาจริงกับยาหลอก เมื่อให้เร็วภายใน 5 วันหลังเริ่มมีอาการ สามารถลดการป่วยหนักเข้าโรงพยาบาลได้ 89% และไม่มีคนเสียชีวิตในกลุ่มที่กินยา PAXLOVID ขณะที่กลุ่มคนที่ได้รับยาหลอกเสียชีวิต 10 คน (1.6%) ยานี้สามารถใช้ได้กับเชื้อไวรัสโควิดทุกสายพันธุ์ ผลข้างเคียงของยาไม่รุนแรงเมื่อเปรียบเทียบกับยาหลอก ยานี้ทำหน้าที่ยับยั้งเอนไซม์ 3CL Protease ทำให้ไวรัสไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้ ขณะนี้บริษัทไฟเซอร์กำลังรอองค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกาอนุมัติให้ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ดูรูป) โดยให้กินทางปากวันละ 2 ครั้ง ทุก 12 ชั่วโมง ติดต่อกัน 5 วัน

ในแง่ประสิทธิภาพ ยา PAXLOVID สามารถลดการป่วยหนักได้ดีกว่ายาโมลนูพิราเวียร์ ในอนาคตอันใกล้ทั้งยา PAXLOVID และยาโมลนูพิราเวียร์จะถูกนำมาใช้เป็นยาหลักในการรักษาโรคโควิด-19″

Advertisement