บนเวทีมติชนเลือกตั้ง 2566 บทใหม่ประเทศไทยเวทีแรกภายใต้แนวคิด “ย้ำจุดยืน ชูจุดขาย ประกาศจุดแข็ง” นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา มีโอกาสตอบคำถามเกี่ยวกับปัญหา PM2.5 ว่า ปัญหา PM2.5 เป็นปัญหาใหญ่และลึกมาก โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ฝุ่นใน กทม.และฝุ่นในต่างจังหวัด
นายวราวุธระบุว่า ส่วน กทม.แหล่งที่มาของ PM2.5 ที่เยอะที่สุดมาจากถนน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะ เครื่องยนต์ จำเป็นที่ต้องออกกฎมาย มาตรการมาควบคุมให้เข้มงวด ตรวจสอบบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดสามารถแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ 1.พื้นที่ป่าอนุรักษ์ หรือพื้นที่อุทยาน 2.พื้นที่ป่าสงวน และ 3.พื้นที่ทางการเกษตร ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดูแลพื้นที่กรมอุทยานฯ และได้ประกาศปิดอุทยานไปแล้วบางส่วนทางภาคเหนือ
สำหรับพื้นที่ป่าสงวนอยู่ในความดูแลของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ภายใต้กระทรวงมหาดไทย ซึ่งต้องเร่งดำเนินการตั้งงบประมาณและช่วยกันทำตามหน้าที่ ส่วนพื้นที่ทางการเกษตร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องไปพูดคุยกับประชาชนทำความเข้าใจ และแก้ไขปัญหา PM2.5 ซึ่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานในหน้าที่
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ คือสภาพดินฟ้าอากาศ การที่สภาพอากาศพัดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น การทำงานคู่กับประเทศเพื่อนบ้านเป็นหัวใจสำคัญ เรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการขอความร่วมมือจากต่างประเทศ บริษัทใหญ่ๆ ที่มีพื้นที่การเกษตรในประเทศเพื่อนบ้าน จะต้องช่วยกันป้องกันและแก้ไขปัญหา PM2.5
การอธิบายความของนายวราวุธมองเห็นภาพชัดว่า การแก้ไขปัญหา PM2.5 แบบเร่งด่วนจำเป็นต้องร่วมมือกัน ซึ่งหากกางแผนที่ประเทศไทยแล้วตรวจสอบต้นเหตุของ PM2.5 จะพบว่าสามารถตรวจหาสาเหตุของ PM2.5 ได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นการตรวจดูจุดฮอตสปอต หรือการตรวจฝุ่น PM2.5 แล้ววิเคราะห์ว่าน่าจะมาจากควันรถ หรือการเผา หรือวิธีการอื่นใด หากทำงานอย่างมีเอกภาพ แบ่งหน้าที่กันดำเนินการลดปัญหานี้ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวอย่างจริงจัง สถานการณ์ PM2.5 ในไทยน่าจะดีขึ้น และลดความวิตกกังวลต่อผลกระทบที่อาจมีต่อสุขภาพของคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

