สกู๊ปหน้า 1 มติชน : ตั้งรัฐบาลช้า-อปท.อ่วม งบขาดมือ
กระแสการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย (พท.) ในการเจรจาและต่อรองหาพรรค การเมืองที่มี ส.ส.ในมือมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากยิ่งขึ้น ภาคเอกชนก็อยากเห็นรัฐบาลใหม่เข้ามาให้เร็วที่สุดเพื่อให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนเดินหน้า หลังรอคอยมาพอสมควรแก่เวลา
เช่นเดียวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นแขนขาของรัฐบาลในการเชื่อมโยงถึงประชาชน การได้งบอุดหนุนล่าช้าออกไปจากรัฐบาลใหม่ยังไม่มา ส่งผลกระทบมากมายทั้งงบพัฒนาพื้นที่ งบ “เงินเดือน” ของพนักงานท้องถิ่น งบอาหารกลางวันนักเรียนในสังกัด เป็นต้น
“สัมฤทธิ์ ด้วงโสน” นายกเทศมนตรีตำบลไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ในฐานะรองเลขาธิการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นว่า ที่ผ่านมา 3 เดือนกว่าจะ 4 เดือนแล้ว ยังไม่ได้รัฐบาลชุดใหม่
โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ตราบใดที่ยังต้องรอรัฐบาลใหม่ ท้องถิ่นยังไม่มีงบประมาณ ไร้การอนุมัติมาให้ท้องถิ่น จะทำงานอะไรก็ติดขัด ไม่มีเงินบริหารท้องถิ่น
“อปท.ทั่วประเทศอยู่ระหว่างเปิดสภาท้องถิ่นทำเรื่องตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 โดยล้อมาจากตัวเลขงบประมาณปีที่แล้ว ต้องบอกว่างบประมาณท้องถิ่นหลายปีที่ผ่านมา ผมเคยเป็นคณะกรรมการกระจายอำนาจในช่วงปี’57-63 ตอนนั้นท้องถิ่นได้งบอุดหนุนอยู่ประมาณ 25% ผ่านมาเกือบ 10 ปีแล้ว ยังได้ไม่ถึง 30% เลย ยังอยู่ประมาณ 29.8% น่าเสียดายรัฐบาลที่ผ่านมาไม่เห็นความสำคัญของการกระจายอำนาจ”
“ประเทศญี่ปุ่นและเวียดนามให้ความสำคัญเรื่องกระจายอำนาจ เงินอุดหนุนท้องถิ่นของญี่ปุ่นเกิน 50% ส่วนเวียดนาม 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ไปแล้ว ของเราอย่างน้อยต้อง 40% ขึ้นไปถึงจะเหมาะสม เงินอุดหนุนตอนนี้อยู่ที่ 29 เปอร์เซ็นต์กว่า ยังมีนโยบายของรัฐบาลแฝงมาให้ท้องถิ่น เช่น เงินนมโรงเรียน อาหารกลางวัน และเบี้ยยังชีพ ท้องถิ่นต้องไปอุดหนุนเป็นเงินจำนวนเยอะที่แฝงอยู่ใน 29% รัฐบาลไม่ได้จัดให้ต่างหาก”
รองเลขาธิการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ยังกล่าวถึงเงินเดือนของข้าราชการท้องถิ่นว่า ท้องถิ่นเล็กๆ มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย บางแห่งพอปลายปีงบประมาณบางครั้งไม่มีเงินจ่ายให้กับข้าราชการ หรือเงินเดือนด้วยซ้ำไป จึงเป็นปัญหาสำคัญ
ขณะที่ ชนพัฒน์ เงินสุเจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ แสดงความกังวลการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าส่งผลกระทบต่องบประมาณอุดหนุน อปท.ในปี 2567 จะเริ่มในเดือนตุลาคมนี้ ทั้งเงินเดือนข้าราชการ พนักงานจ้างทั่วไป งบโครงสร้างพื้นฐาน และงบสำหรับโรงเรียนที่อยู่ในความดูแล หากได้รับเงินอุดหนุนล่าช้า อาจส่งผลกระทบต่อแผนการจัดสรรงบประมาณทั้งหมด ทาง อบต.ก็ยังไม่มีแผนว่าจะนำเงินสำรองส่วนไหนมาจ่ายก่อนได้
“เนื่องจาก อบต.นาเกียน มีรายได้จากการจัดเก็บภาษีในพื้นที่ปีละหลักหมื่นบาทเท่านั้น ภูมิประเทศของตำบลตั้งอยู่บนภูเขาสูง และพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าสงวน ราษฎรเป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง มีอาชีพทำการเกษตร และค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ปัจจุบันตำบลนาเกียนมีหมู่บ้านที่มีไฟฟ้าใช้เพียง 6 หมู่บ้าน จาก 21 หมู่บ้าน เพราะป่าไม้ไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อขยายระบบไฟฟ้า เช่นเดียวกับการสร้างถนนก็ต้องทำเป็นช่วงๆ ไปก่อน เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่สัญจรได้สะดวก”
“อยากฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้หาทางช่วยเหลือ อปท.ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร โดยเฉพาะงบประมาณด้านการพัฒนา และปัญหาข้อติดขัดต่างๆ เพื่อให้ชาวบ้านได้รับประโยชน์สูงสุด”
“ส่วนประเด็นที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศขึ้นเงินเดือนให้กับ อปท. ก่อนจะมีมติ ครม.เมื่อมีนาคมที่ผ่านมา เห็นชอบขึ้นเงินเดือน อบต.เทียบเท่าเทศบาล มีผลบังคับใช้ 1 ตุลาคมนี้นั้น ยังรอดูว่าต้นปีงบประมาณ 2567 นี้ เงินเดือนของ อปท.จะปรับขึ้นจริงหรือไม่ เพราะตอนนี้มีการปรับเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ไม่มั่นใจว่านโยบายจะมีความต่อเนื่องและมีความชัดเจนอย่างไร” นายชนพัฒน์กล่าว
นอกจากนั้น ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.พิมาย จ.นครราชสีมา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 ขอไม่เปิดเผยนาม กล่าวว่า งบอุดหนุนที่ส่งตรงจากเทศบาลในพื้นที่มาล่าช้าเพราะส่วนหนึ่งน่าจะเป็นความติดขัดของเทศบาลและงบอุดหนุนจากหน่วยเหนือที่ไม่สม่ำเสมอ ทำให้โรงเรียนประสบปัญหาในส่วนค่าอาหารกลางวัน จำเป็นต้องให้ผู้ปกครองจัดห่ออาหารกลางวันมาให้ลูกหลานเองตั้งแต่ 21 สิงหาคมเป็นต้นไป
“ที่โรงเรียนเปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงประถมต้น นักเรียนกว่า 600 คน ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เทศบาลได้จัดสรรงบประมาณอาหารกลางวันนักเรียนคิดรายหัว หัวละ 22 บาท ได้มาแค่ 50 วัน เป็นเงิน 733,700 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม ถึงวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมาได้แจ้งเทศบาลขอจัดสรรอีกรอบ จำนวน 30 วัน เป็นเงิน 440,220 บาท ยังไม่ได้รับการตอบรับใดๆ ทวงถามไปอีกรอบก็ไม่มีคำตอบ โรงเรียนต้องแก้ไขปัญหาเบื้องต้น หาเงินมาสำรองจ่ายค่าอาหารกลางวันนักเรียนไปก่อนตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม ถึงวันที่ 18 สิงหาคม รวม 13 วัน เป็นเงิน 190,762 บาท”
ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวว่า ตอนนี้ไม่มีเงินสำรองจ่ายได้อีกแล้ว จึงต้องขอความอนุเคราะห์ให้ผู้ปกครองห่อข้าวมื้อกลางวันมาให้บุตรหลานชั่วคราวไปก่อน เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หากได้งบมาเมื่อไหร่จะจ่ายคืนให้ผู้ปกครองกลับไป คิดหัวละ 22 บาทต่อวัน
ส่วนความเห็นของ ไพเจน มากสุวรรณ์ นายก อบจ.สงขลา มองว่า ยิ่งจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า การพิจารณางบประมาณต่างๆ ก็จะล่าช้าออกไป ผลกระทบต่อการบริหารจัดการของ อปท.ทุกระดับ อบจ.สงขลาได้รับเงินอุดหนุนปีละ 50 ล้านบาท งบประมาณที่เหลืออยู่ก็จะเป็นเพียงรายจ่ายประจำ ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างพนักงานรวมถึงงบประมาณผูกพัน ส่วนโครงการใหม่ๆ นั้นยังต้องชะลอออกไปก่อน
ผลกระทบของ อปท.ที่มาจากสถานการณ์การเมือง จัดตั้งรัฐบาลล่าช้า หวังว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ จะทำงานแรกด้วยการเข้าสางปัญหาโดยเร็วมิให้บานปลายจนสายเกินแก้ไปกว่านี้

