หน้าแรก ภาพนำ มทภ.2 แก้เคล็...

มทภ.2 แก้เคล็ดถวายพระประธาน ปัดเป่ามนต์ดำ จว.ที่ 19 ลั่น 3 เดือนเกษียณ ไม่ยุ่งการเมือง

29.06.25 | 17:32 น.

แม่ทัพภาคที่ 2 ถวาย พระประธานทรงเครื่องสมัยเชียงแสน ปางสะดุ้งมาร องค์ที่ 19 จาก 20 องค์ แก่วัดในจังหวัดภาคอีสาน เชื่อมีพุทธคุณปัดเป่าคุณไสยมนต์ดำสิ่งชั่วร้าย นำความผาสุกสู่ประเทศชาติบ้านเมือง พร้อมเผยชีวิตหลังเกษียณไม่ขอยุ่งเกี่ยวการเมือง

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์มาลงสนามบินชั่วคราว ภายในวัดพัชรกิติยาภาราม พร้อมด้วย พล.ต.อรรถชัย รักษาศิลป์ ผบ.มทบ.21 เพื่อมาถวายพระประธานทรงเครื่องสมัยเชียงแสน ปางสะดุ้งมาร ขนาดหน้าตัก 30 นิ้ว ร่วมกับชมรมพัฒนาสัมพันธ์ระดับบริหาร กองทัพภาคที่ 2 ที่วัดพัชรกิติยาภาราม บ้านห้วยเตย ต.หนองหว้า อ.เมืองหนองบัวลำภู จ.หนองบัวลำภู ซึ่งมี พระเทพวัชรวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภูและเจ้าอาวาสวัดพัชรกิติยาภาราม เป็นองค์ประธานฝ่ายสงฆ์รับ

โดยพิธีกรได้อาราธนาศีล อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์สมโภช แม่ทัพภาคที่ 2 นำกล่าวถวายพระประธาน ประธานฝ่ายสงฆ์กล่าวสัมโมทนียกถา และอนุโมทนา ซึ่งมี นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู นางศรัณยา สุวรรณพรหม นายก อบจ.หนองบัวลำภู นายกำธร วิเชฏฐพงศ์ ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู นายเตชิต ทรงบุญศาสตร์ นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู พ.ต.ท.วิษณุ พิมพ์โพธิ์ รอง ผกก.ป. สภ.เมืองหนองบัวลำภู พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น พุทธศาสนิกชน ร่วมให้การต้อนรับและร่วมการถวายพระพุทธรูปดังกล่าว

Advertisement

หลังจากที่ได้ถวายพระประธานทรงเครื่องสมัยเชียงแสน ปางสะดุ้งมาร เสร็จแล้ว แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวกับแขกผู้มีเกียรติและพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมถวายพระในวันนี้ว่า วันนี้ถือว่าได้มาอนุโมทนาบุญร่วมกัน เชื่อว่าการถวายพระเป็นพุทธคุณที่จะต่อสู้กับสิ่งไม่ดี หรือแม้แต่มนต์ดำก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ต่อให้มาจากนอกโลกก็ทำอะไรไม่ได้หรอก จะทำให้เราปลอดภัยจากศัตรูแน่นอน ซึ่งการถวายพระเป็นความตั้งใจของตนมานานแล้ว ก่อนที่จะมีข่าวเกี่ยวกับเรื่องมนต์ดำ ซึ่งพระพุทธรูปที่นำมาถวายที่วัดพัชรกิติยาภารามแห่งนี้เป็นองค์ที่ 19 และองค์ที่ 20 จะนำไปถวายที่ จ.ยโสธร ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 จึงขอเชิญชวนพี่น้องได้ร่วมทำบุญอนุโมทนาบุญด้วยกัน

ส่วนเรื่องการปกป้องผืนแผ่นดินไทยให้ปลอดภัยจากอริราชศัตรูนั้น พล.ท.บุญสินกล่าวว่า จะปกป้องผืนแผ่นดินไทยให้ปลอดภัยจากศัตรูแน่นอน ซึ่งเขตแดนของเราก็ยังอยู่ให้พี่น้องได้ทำการเกษตรเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ขอยืนยันกับพี่น้องประชาชน เกษียณไปอีก 3 เดือนข้างหน้าก็ขอเป็นหนึ่งเสียงที่จะอยู่ปกป้องร่วมกับพี่น้องประชาชนในการที่จะดูแลประเทศชาติบ้านเมืองในส่วนที่จะทำได้ ตรงไหนมีคนพาทำดีเราก็ไป ทำไม่ดีเราไม่ไป ในส่วนที่จะทำได้ จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ขออยู่รับเงินบำนาญเพียงอย่างเดียวก็พอแล้ว ชีวิตคนเรา สุดท้ายเราก็ต้องตายทุกคน ไม่กี่วันก็ตาย จะเอาอะไรมากมาย ขอให้ประเทศชาติเราคงอยู่ ดูแลแผ่นดินนี้ให้ลูกหลานเราได้อยู่ได้อาศัยให้ดี คือหน้าที่ของเรา

พล.ท.บุญสินกล่าวต่อว่า ตนเป็นคนชอบทำบุญ การลงพื้นที่แต่ละครั้งนอกจากไปตรวจเยี่ยมหน่วยทหารแล้วยังได้มีโอกาสพบปะกับพี่น้องประชาชน ซึ่งคนภาคอีสานชอบเข้าวัดทำบุญ ตนจึงเห็นว่าการลงพื้นที่ในแต่ละครั้งควรที่จะทำบุญที่วัด โดยการถวายพระองค์ใหญ่ หรือพระประธานให้แก่วัด เพื่อเป็นการสร้างบุญกุศลครั้งใหญ่ นำมาซึ่งสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองให้พี่น้องประชาชน จะได้รับอานิสงส์ผลบุญมากมายแก่ชีวิตของทุกๆ ท่าน อีกทั้งยังช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดี สิ่งชั่วร้ายให้พ้นออกไปจากประเทศเรา และนำพาความสุข ความเจริญกลับมาสู่ประเทศเรา เป็นการแก้เคล็ด หรือแก้ไขสิ่งที่ไม่ดีให้ออกไป

จากนั้นยังได้มีการแจกรูปถ่ายที่วาดโดยศิลปิน ณัฏฐ์ จันพลแสน เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 ซึ่งภายในรูปมีข้อความว่า “แผ่นดินกู อยู่ตรงนี้มานานแล้ว” เป็นฐานด้านล่างรูป และมีคำว่าเพื่อชาติกระจายเต็มรูป พร้อมด้วยลายเซ็นจริงสีน้ำเงินของแม่ทัพภาคที่ 2 ให้กับผู้ที่มาร่วมงานทุกคน ซึ่งผู้มาร่วมงานต่างเข้าแถวขอรับ และขอถ่ายรูปตลอดตั้งแต่ลงจากรถก่อนที่จะเข้าสู่ศาลาถวายพระพุทธรูป จะมีชาวบ้าน แฟนคลับ มาคอยต้อนรับขอถ่ายรูป ผูกผ้าขาวม้าให้เป็นเวลากว่า 30 นาที จนแน่นเกือบถึงหน้าอก สร้างรอยยิ้มและความยินดีให้กับแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นอย่างมาก ซึ่งชาวบ้านต่างบอกว่าอยากขอถ่ายรูปด้วย เห็นข่าว เห็นการทำงานที่เสียสละในการปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติบ้านเมืองแล้วรู้สึกประทับใจ ซึ่งแต่ก่อนก็ไม่รู้จัก พอมาเห็นข่าว เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติแล้วรู้สึกปลาบปลื้ม จึงอยากมาเห็นและขอถ่ายรูปด้วย

สำหรับการถวายพระพุทธรูปนั้น แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินสายถวายพระประธานตามวัดต่างๆ ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ที่รับผิดชอบทั้งสิ้น 20 จังหวัดอีสานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการลงพื้นที่ในแต่ละครั้งจะนำพระประธานไปถวายยังวัดในจังหวัดนั้นๆ จังหวัดละ 1 องค์

โดยวัดที่ได้นำพระพุทธรูปขนาดใหญ่ไปถวาย จำนวน 20 วัด ได้เริ่มถวายมาตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 ประกอบด้วย

1) วัดดอนยาวน้อย อ.โนนแดง จ.นครราชสีมา
2) วัดป่าฉัพพรรณรังสี อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ
3) พระประธานทรงเครื่องจักรพรรดิสมัยอยุธยา เนื้อสัมฤทธิ์ ปิดทองทั้งองค์ ณ ปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์
4) พระพุทธรูปไม้กลายเป็นหิน วัดป่าฐานสโมบูชา จ.เลย
5) ฐานปฏิบัติการช่องบก จ.อุบลราชธานี
6) วัดสุภกิจเจริญ อ.เมือง จ.หนองคาย
7) พระซุ้มจักรพรรดิสมัยอยุธยา เนื้อสัมฤทธิ์สนิมเขียว ปางสมาธิ วัดโพธิ์ศรี อ.ดงใหญ่ จ.มหาสารคาม
8) พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เนื้อหยกลายเมฆ ปางปฐมเทศนา วัดหนองแวง พระอารามหลวง จ.ขอนแก่น
9) ช่องโอบก ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์
10) พระมหาจักรพรรดิทรงบัลลังก์ วัดป่าภูล้อมข้าว อ.พังโคน จ.สกลนคร
11) พระหินปัจเจกทรงเครื่องสีนิล ที่ภูมะเขือ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
12) พระทรงเครื่องจักรพรรดิสมัยอยุธยา ปางประทานพร เนื้อสัมฤทธิ์สนิมเขียวหน้าทอง วัดป่าเทพวิมุต ต.หอคำ อ.เมือง จ.บึงกาฬ
13) พระพุทธชินราช ปางสะดุ้งมาร เนื้อสัมฤทธิ์สนิมเขียว วัดดอนยาง อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด
14) พระประธานทรงเครื่องสมัยสุโขทัยลายพิกุลสด วัดแจ้งใน อ.เมือง จ.นครราชสีมา
15) พระประทานสมัยพระไชยวรมัน หน้าสัมฤทธิ์สนิมเขียว ปางสะดุ้งมาร วัดสว่างสุวรรณาราม ต.หนองแสง อ.เมือง จ.นครพนม
16) พระประธานทรงเครื่องสมัยอยุธยาเนื้อสัมฤทธิ์ รมควัน (องค์ดำ) วัดหนองไฮ อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ
17) พระสมัยสุโขทัยเนื้อหินพระปัจเจกปางสมาธิ วัดโนนสวรรค์เนรมิต ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี
18) พระประธานสมัยอู่ทอง วัดศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร
19) พระประธานทรงเครื่องสมัยเชียงแสน ปางสะดุ้งมาร วัดพัชรกิติยาภาราม อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู
20) พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเนื้อหยกน้ำเงิน วัดป่าอีสานเขียว บ้านดู่ทุ่ง ต.ดู่ทุ่ง อ.เมือง จ.ยโสธร