หนิม ซัด หนู ยกคลั่งชาติทำแตกแยก เหน็บฟังแต่ เนวิน ทำเหมือน อังเคิล ใช้เหตุชายแดนหวังผลเลือกตั้ง
เวลา 12.30 น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย และคณะ เดินทางต่อไปยังเทศบาลตำบลเมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย เพื่อช่วย น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 4 เบอร์ 4 หาเสียง ก่อนเดินทางไปยังโรงเรียนเจดีย์หลวงพิทยา อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เพื่อช่วยนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 3 เบอร์ 6 หาเสียง
ต่อมาเวลา 17.00 น. นายยศชนันและคณะ เดินทางไปที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ (หอประชุม GMS) อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อช่วยนายธนรัช จงสุทธานามณี ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 1 เบอร์ 7 ถือเป็นเวทีสุดท้ายในการหาเสียงที่ จ.เชียงราย ซึ่งทุกเวทีมีประชาชนให้การต้อนรับและรอรับฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่
โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ปราศรัยที่เวทีปิดท้ายตอนหนึ่งว่า เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา มีการปราศรัยของบางพรรคการเมืองคือพรรคภูมิใจไทย ระยะหลังๆ มันแปลกเข้าทุกที วันนี้ตนในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จึงต้องฝากข้อความไปว่า “หนูเอ้ย วันนี้หนิมต้องขอคุยกับหนูอีกรอบแล้ว วันนี้หนิมเข้าใจความรู้สึกของหนูว่ามันอึดอัดมันคับข้องเพราะเชน ยศชนัน มีแต่ความรักจากประชาชนมากขึ้นทุกวันๆ เขาคงกลัวว่าจะไม่มีโอกาสกลับเข้าทำเนียบอีกครั้ง แต่วันนี้การผูกขาดความรักชาติ ให้เลือกคนรักชาติ อย่าเลือกคนไม่รักชาติ เป็นการแบ่งแยกประชาชน ที่สำคัญคนที่นั่งที่นี่รักชาติทุกคน ไม่ว่าพรรคไหนก็รักชาติเหมือนกัน อย่าไปผูกขาดความรักชาติ แล้วทำให้ประชาชนแตกแยก แผ่นดินต้องแบ่งเป็นสองฝั่งที่ว่าไม่เลือกเราเขามาแน่ ผมไม่รู้ว่าเขาที่ว่านั้นคือใคร แต่เขากระโดงไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าอยากได้เขากระโดงคืน เลือกพรรคเพื่อไทย เบอร์ 9 ทั้งแผ่นดิน
วันนี้มาเป็นชุดทั้งอังเคิลทั้งแด๊ดดี้ เข้าใจว่าไม่ต้องฟังแด๊ดดี้เพราะหนูฟังเนวินอยู่แล้ว บอกไม่ฟังอังเคิล แต่สิ่งที่หนูทำเหมือนอังเคิลเป๊ะเลย คือปลุกกระแสคลั่งชาติเหมือนฮุนเซน สร้างปัญหาชายแดนให้เกิดการปะทะเพื่อหวังผลเลือกตั้งในประเทศตัวเอง มันต่างอะไรจากที่หนูทำวันนี้ เพื่อไทยยืนยันทุกคนรักชาติเท่าเทียมกัน แล้วจะเดินหน้าแก้ปัญหาให้ประชาชน อย่าผูกขาดรักชาติ ไม่มีใครรักมากรักน้อยไปกว่ากัน”
นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า “วันนี้เดินหน้าเอานโยบายมาคุยกันดีกว่า อยากจะให้หนูมาปราศรัยมาพบประชาชนบ้างก็ช่วยส่งเสียงเรียกหน่อย พวกผมไปดีเบตแทบตาย แต่มีพรรคเดียวหลบหาย เราอยากให้มาแลกเปลี่ยนพูดคุย ถือเป็นคำเชิญจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทยไปยังหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มาดีเบตสักวันก่อนวันเลือกตั้งดีหรือไม่ เราจะเดินหน้าทำพาประเทศออกจากความขัดแย้ง ขอให้เลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค“
ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยตอนหนึ่งว่า นายอนุทิน สวนที่ตนปราศรัยมาว่า ไอ้ที่บอกว่าวิ่งราวชาติคือวาทกรรม ที่บอกว่านายกรัฐมนตรีหนู ฟังครูใหญ่คือวาทกรรม แต่ของจริงคือนายณัฐวุฒิ ชวนคนเผาบ้าน เผาเมืองคือของจริง ขอให้นายอนุทิน ฟังตน เพราะคดีที่เกิดขึ้นในการชุมนุมปี 2553 ที่มีการเปิดคลิปว่าตนชวนคนไปก่อเหตุวางเพลิง คลิปนั้นเป็นคลิปตัดต่อเจตนาให้ร้าย ตนก็สู้ทุกคดีไม่เคยหนีแม้แต่คดีเดียว และคดีนั้นตนชนะคดีทุกศาล โดยศาลยกฟ้อง ตนไม่เคยหนีตนยืดอกสู้กับสิ่งที่ถูกกล่าวหาตลอดมา ไม่เคยหลบเลี่ยง
“ผมไม่เหมือนนายกฯหนู นายกฯหนูสู้คดีฮั้ว ส.ว.หรือไม่ นายกฯหนูถูกแจ้งข้อกล่าวหาด้วย นายกฯหนูรับผิดชอบเรื่องนี้บ้างหรือไม่ ดีเอสไอส่งรายชื่อผู้ถูกดำเนินคดีไปเพียง 8 คน จาก 1,200 คน ในยุคที่ท่านเป็นนายกฯ ในยุคที่ท่านคุมกระทรวงยุติธรรม ในยุคที่บ้านเมืองมีรัฐบาลหนูกินส้ม หนูต้มส้ม ท่านรับผิดชอบอะไรหรือไม่ที่พูดมา นายกฯหนูโกรธผมหรือเปล่าไม่รู้ แต่ผมไม่โกรธ” นายณัฐวุฒิกล่าว


